วันที่ยี่สิบเดือนหนึ่ง เหลือเวลาอีกหนึ่งเดือนก่อนการสอบฤดูใบไม้ผลิจะเริ่มขึ้น เด็ก ๆ ในสวนผลน้ำเต้าก็ได้เข้าร่วม “ห้องเรียนเคลื่อนที่” แบบพิเศษ นั่นคือการเยี่ยมชมสนามสอบหลวง
ฉีหลินได้ติดต่อกรมพิธีการไว้ล่วงหน้าแล้ว กำหนดเป็นวันนี้เพื่อพาเด็ก ๆ ไปเห็นด้วยตาตนเองว่า สนามสอบซึ่งชี้ชะตาผู้คนมากมายมีหน้าตาเช่นไร
ทุกวันที่สิบ อู่ซูเฉินได้หยุดพัก นางจึงถูกฉีหลินกำชับให้มาด้วย จะได้เปิดหูเปิดตา ย่อมมีแต่ประโยชน์ไร้โทษ
ฉีหลินยังชวนอู่ซื่อเซียวมาด้วย แต่เขาบอกว่าตนไม่เข้าสอบขุนนาง จึงไม่อยากชม วันนี้เขาจะไปทะเลาะกับศิษย์ลุงพร้อมอาจารย์ หากทะเลาะกันไม่หนำใจ บางทีอาจลงไม้ลงมือกันสักตั้ง ยังสนุกกว่าเดินชมสนามสอบหลวงเสียอีก
กรมพิธีการส่งท่านหวัง ขุนนางตำแหน่งหยวนไว่หลางแห่งกองพิธีการและระเบียบ มาคอยบรรยายให้ฟัง
เด็ก ๆ มารวมตัวกันที่สวนผลน้ำเต้าแต่เช้าตรู่ จัดแถวออกเดินทาง วันนี้พวกเขาเปลี่ยนเป็นชุดฤดูใบไม้ผลิ แม้ยังคงเป็นแบบเดียวกัน แต่ต่างจากชุดฤดูหนาวหนานุ่มน่ารัก ดูคล่องแคล่วและกระฉับกระเฉงยิ่งขึ้น
สีหลักยังเป็นสีน้ำเงินคราม ทว่าเปลี่ยนเนื้อผ้าเป็นผ้าฝ้ายเนื้อละเอียดที่อยู่ทรงกว่า เสื้อด้านในเป็นเสื้อฤดูใบไม้ผลิคอไขว้สีน้ำเงินคราม แขนแคบและสาบปิดด้านขวา ด้านนอกสวมเสื้อกั๊กไร้แขนสีเดียวกัน ขอบเสื้อกั๊กเย็บกุ๊นด้วยผ้าไหมปักดิ้นเงินสีฟ้าอ่อนอย่างประณีต ความนุ่มฟูของขนกระต่ายลดลง แต่กลับเพิ่มความสดชื่นเปี่ยมกลิ่นอายบัณฑิต
ท่อนล่างเป็นกางเกงสีน้ำเงินครามแบบเดียวกัน รวบปลายขา เปลี่ยนรองเท้าเป็นรองเท้าผ้าสีดำที่เบาสบาย เด็กชายทุกคนใช้แถบผ้าสีน้ำเงินครามมัดผม ส่วนเด็กหญิงเกล้าผมเป็นมวยคู่เรียบง่ายและผูกแถบผ้าสีน้ำเงินครามเช่นกัน
ผ้าถักสีสันสดใสที่พันคอและมือถูกเก็บไปหมดแล้ว ทั้งตัวจึงดูสะอาดสดชื่น เรียบร้อย และเปี่ยมด้วยพลังชีวิตอันเป็นเอกลักษณ์ของวัยนี้
