ยามนี้ ใต้เท้าเจียงซึ่งกำลังตอบแบบทดสอบอยู่เพียงลำพังพลันคิดถึงภรรยาผู้ล่วงลับขึ้นมา
อีกมุมหนึ่ง ใต้เท้าหวังกับฮูหยินกำลังตอบแบบทดสอบกันอย่างหวานชื่น บางข้อชวนให้นึกถึงความทรงจำอันงดงาม ทั้งสองสบตากันโดยไม่ต้องเอ่ยวาจา
บางข้อขัดกับความคิดความเชื่อดั้งเดิมของพวกเขาอย่างยิ่ง ทั้งที่รู้ว่าฮูหยินผู้เฒ่าอู่ต้องการให้เลือกคำตอบนั้น แต่ก็ยังทำใจเลือกได้ยาก ทั้งสองจึงปรึกษากันอย่างอ่อนโยน ไม่มีการโต้เถียงรุนแรง มีเพียงปฏิสัมพันธ์หวานชื่นชวนให้คนรอบข้างเลี่ยน ดูราวกับได้กลับมาพูดคุยเกี้ยวพาราสีกันอีกครา
ใต้เท้าเจียงที่นั่งตอบแบบทดสอบเพียงลำพังอยู่ข้าง ๆ ยิ่งรู้สึกว้าเหว่ เขาถอนหายใจแล้วถามตนเองว่า ควรแต่งภรรยาใหม่หรือไม่
พี่ชายใหญ่ของเหวินจิ่นซูตอบคำถามอย่างเคร่งเครียดเป็นพัลวัน นาน ๆ ครั้งก็หันมาถามน้องสาวสักคำ เหวินจิ่นซูเองก็กลัดกลุ้มไม่น้อย ในมือนางมีแบบทดสอบของผู้ปกครองฝาแฝด ต้องคิดหาคำตอบให้แบบทดสอบสองฉบับของตน ทั้งยังต้องตอบคำถามของพี่ชายไปพร้อมกัน
จนกระทั่งครั้งหนึ่งนางตอบช้าไปเล็กน้อย จึงได้ยินพี่ชายบ่นว่า “เจ้าลองบอกมาสิ คลอดลูกออกมาตั้งมากมายเช่นนี้ไปเพื่ออะไร”
พี่สะใภ้ใหญ่ตบแขนพี่ชายของนางฉาดหนึ่ง แล้วมองสีหน้าของน้องสามี โชคดีที่นางไม่ได้โกรธจริงจัง จึงหันไปตำหนิสามีของตนว่า
“ท่านพูดอะไรของท่าน คนอื่นอยากตอบแบบทดสอบฉบับนี้แทนเจิ้งเอ๋อร์กับซูเอ๋อร์ ยังไม่มีสิทธิ์เลย ท่านเป็นท่านลุงใหญ่กลับยังมารังเกียจอีก อย่าได้พูดจาเหลวไหลต่อหน้าฝ่าบาท!”
“รู้แล้ว ๆ เป็นข้าใจร้อนจนพูดผิดไปเอง น้องหญิงอย่าถือโทษเลย พวกเจ้าสองคนอย่ารวมหัวกันรังแกข้าอีก ข้าอย่างไรก็เป็นถึงเฉิงเอินป๋อ ฝ่าบาทกับขุนนางทั้งหลายก็อยู่กันพร้อมหน้า อย่างน้อยก็ไว้หน้าข้าบ้าง ช่างเถิด!”
