มองออกไปทั่วลานก็เห็นแต่ผู้ใหญ่แบกเด็กไว้บนหลัง เอาผ้าหลากสีผูกไว้ตรงเอวของเด็ก บางผืนสั้นห้อยอยู่เหนือข้อพับเข่า บางผืนยาวลากพื้น สีสันฉูดฉาดละลานตา
แม่ทัพเฒ่าไป๋หลี่แบกอู่อวี้เฉินยืนอยู่กลางสนาม แม้ผมและหนวดเคราจะขาวโพลนทั้งศีรษะ แต่แผ่นหลังกลับตั้งตรงยิ่งกว่าด้ามทวนเสียอีก ทั่วร่างแผ่กลิ่นอายประมาณว่า ‘อย่าเห็นว่าข้าแก่แล้วเชียว ข้าสู้สิบคนได้สบาย’
อู่อวี้เฉินหมอบอยู่บนหลังเขา แขนน้อยโอบรอบคอ ผ้าสามเส้นตรงเอวพลิ้วไหวไปตามลม ใบหน้าน้อยแดงก่ำด้วยความตื่นเต้น
ฉีเฉิงแบกอู่ซื่อเชียนยืนอยู่ไม่ไกล
วันนี้ฉีต้าเซิ่งหาได้ยิ้มแย้มทะเล้นอย่างที่เคย เขาย่อตัวตั้งท่ามั่นคง แล้วขยับตำแหน่งอู่ซื่อเชียนบนหลังเล็กน้อย ก่อนเอ่ยเสียงเบาว่า
“เชียนเอ๋อร์ กอดให้แน่น วันนี้ท่านลุงใหญ่จะให้เจ้าได้เห็นว่าดาบเก่ายังไม่ขึ้นสนิมเป็นเช่นไร”
อู่ซื่อเชียนขานรับอย่างจริงจัง ก่อนแนบใบหน้าน้อยเข้ากับต้นคอของฉีเฉิง มือเล็กทั้งสองข้างกอดคอเขาไว้แน่น
ฉินสือเยว่นอนหมอบอยู่บนหลังของท่านลุงคนหนึ่ง
ท่านลุงผู้นี้มีใบหน้าเย็นชา แววตาดุจเหยี่ยว ทั่วร่างแผ่กลิ่นอายว่า ‘ข้ามิได้มาเข้าร่วมงานกีฬา แต่มาปฏิบัติภารกิจ’
ฉินสือเยว่นอนอยู่บนหลังเขา ไม่กล้าหายใจแรง เอ่ยถามอย่างระมัดระวังว่า “ท่านลุง ท่านตื่นเต้นหรือไม่?”
ท่านลุงตอบหน้าตาย “ไม่ตื่นเต้น”
ฉินสือเยว่ถามต่อ “เช่นนั้นท่านเคยเข้าร่วมการแข่งขันเช่นนี้หรือไม่?”
ท่านลุงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบว่า “ไม่เคย แต่ข้าเคยออกรบ”
