วันที่ 10 เดือนแปด
หน้าร้านธัญพืช “เฟิงอวี้” ซึ่งใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง ฉีหลินกำลังช่วยเด็กจอมซนสิบเอ็ดคนลงจากรถม้าสามคัน ในบรรดาพวกเขา คนโตที่สุดอย่างอู่ซื่อเซียวก็เพิ่งเป็นเด็กหนุ่มวัยแรกรุ่น ส่วนคนเล็กที่สุดเพิ่งสามขวบ
เด็กๆ สะพายกระเป๋าหนังสือไว้บนหลังทั้งสองข้าง เอวผูกจี้น้ำเต้าแบบเดียวกัน ใบหน้าน้อยๆ ล้วนเคร่งขรึม ทว่าดวงตากลับเปี่ยมด้วยความตื่นเต้นและประหม่า ก่อนออกปฏิบัติ “ภารกิจลับ”
ฉีหลินตบมือสองครั้ง เป็นสัญญาณให้เด็กๆ มารวมกัน น้ำเสียงไม่ดังนัก แต่กลับทำให้เด็กที่กำลังส่งเสียงจ้อกแจ้กเงียบลงในทันที
“ฟังให้ดี ภารกิจวันนี้คือเข้าไปในร้านธัญพืชนั้น แต่ละคนใช้เงินยี่สิบอีแปะซื้อธัญพืชหนึ่งชั่ง จะเป็นชนิดใดก็ได้ ทว่าทั้งสิบเอ็ดคนต้องซื้อไม่ซ้ำกัน จำชื่อธัญพืชที่ซื้อให้ได้ด้วยว่าชื่ออะไร ราคาชั่งละเท่าไร ข้าจะทดสอบพวกเจ้า”
“เข้าใจแล้ว!” เด็กๆ ขานรับพร้อมกัน พลางกำถุงเงินใบเล็กในมือแน่น
“ไปเถอะ ซื่อเซียว คอยดูแลพวกเขาด้วย อย่าให้ใครเบียด”
ฉีหลินโบกมือ เด็กน้อยทั้งสิบเอ็ดก็พากันกรูเข้าไปในร้านธัญพืชที่อื้ออึงไปด้วยเสียงผู้คน ราวกับฝูงนกกระจอกที่หลุดออกจากกรง
ภายในร้านมีข้าวสารและแป้งสาลีกองสูงเป็นภูเขา ถั่วและธัญพืชบรรจุอยู่เต็มคลัง กลิ่นต่างๆ ปะปนกันไปหมด
เสี่ยวเอ้อกำลังวุ่นวายจนแทบไม่มีเวลาหยุดพัก ครั้นเห็นเด็กกลุ่มหนึ่งกรูกันเข้ามา ต่างก็ชะงักงันไปบ้าง
“ข้าจะซื้อสิ่งนี้หนึ่งชั่ง!” อู่ซูเฉินชี้ไปยังข้าวสารขัดขาวผ่อง เพราะดูงามที่สุด
“ได้เลยขอรับ ข้าวสารเมล็ดเรียวยาวชั้นดี ชั่งละสิบสองอีแปะ เมื่อครู่คุณหนูบอกว่าจะซื้อหนึ่งชั่งใช่หรือไม่?” เสี่ยวเอ้อตักข้าวขึ้นชั่งอย่างคล่องแคล่ว เขาเพิ่งเคยพบคนที่ซื้อธัญพืชเพียงหนึ่งชั่ง จึงกลัวว่าตนจะฟังผิดและถามย้ำอีกครั้ง
