ประกายในดวงตาของหลวงจีนร่างใหญ่พลันวูบไหว เขายิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนเสริมว่า
“ยังเป็นลางมงคลว่าชัยชนะอยู่ในกำมืออีกด้วย!
ท่านย่าฉี ท่านว่า นี่มิได้ลึกซึ้งกว่าและเหมาะกับธรรมเนียมของจวนอู่อันโหวในยามนี้ ซึ่งเก็บงำความสามารถ เน้นความจริงจัง และสามัคคีกัน มากกว่าหัวเสือที่มีแต่รูปลักษณ์ภายนอกหรอกหรือ?”
หลวงจีนร่างใหญ่พูดตั้งแต่ความสามัคคีในตระกูลไปจนถึงปัญญาในการดำเนินชีวิต กระทั่งลากไปถึงเคล็ดมงคล “ชัยชนะอยู่ในกำมือ” เขายกระดับหัวกระเทียมที่มีกลิ่นตุ ๆ ให้กลายเป็นเรื่องใหญ่โตเกี่ยวพันกับปรัชญาตระกูล ความรุ่งเรืองเสื่อมถอย และโชคชะตาได้อย่างหน้าตาเฉย
ฉีหลินคิดว่าหลวงจีนร่างใหญ่พูดมีเหตุผล ทั้งยังรู้สึกว่าตัวเองโดนเขาหลอกเข้าแล้ว เขายุยงเสียสนุกเช่นนี้ ที่แท้ก็ว่างจนไม่รู้จะทำอะไร หาเรื่องสำราญใจเท่านั้น!
แต่นางกลับนึกคำโต้แย้งไม่ออกไปชั่วขณะ หากปฏิเสธอย่างเด็ดขาด ก็ดูคล้ายเป็นคนคร่ำครึ ไม่สนับสนุนบุตรชาย และไม่ให้เกียรติความเห็นของอาจารย์
หากนางกล่าวตรง ๆ ว่าหลวงจีนร่างใหญ่มีเจตนาไม่ดี และคำพูดก่อนหน้านี้ก็เป็นเพียงข้ออ้าง เพื่อปฏิเสธ “ครั้งแรก” ของบุตรชาย เหตุผลนั้นก็ฝืนเกินไป ทั้งยังคิดระแวงมากเกินควร
ระหว่างการสนับสนุนบุตรชายกับตราประจำตระกูลอันงดงาม ฉีหลินเลือกอย่างแรก
แต่ว่า แต่นั่นมันหัวกระเทียมนะ!
ต่อไปชายคารถม้าของจวนอู่อันโหว ตราประทับบนเอกสารสำคัญ กระทั่งแผ่นไม้ถือเข้าเฝ้าราชสำนักของอู่ซื่อเซียวในภายหน้า อาจสลัก ปัก หรือวาดเป็นหัวกระเทียมทั้งนั้นหรือ?
เพียงฉีหลินนึกถึงภาพนั้น มึนศีรษะขึ้นมาเล็กน้อย มุมปากก็กระตุกห้ามไม่อยู่
