“น้องหญิงข้าเล่า? น้องหญิงเป็นอะไร? ที่ว่าต้องเห็นหน้าข้าถึงจะหายหมายความว่าอย่างไร?”
ท่ามกลางเสียงโหวกเหวกโวยวาย พ่อบ้านหูพาชายวัยกลางคนรูปงามผู้หนึ่งเข้ามา เส้นผมข้างขมับของเขาเริ่มขาวโพลน ทว่ากาลเวลากลับดูจะปรานีใบหน้านั้นเป็นพิเศษ แม้อายุล่วงเลยครึ่งร้อยแล้ว ก็ยังคงหล่อเหลาจนชวนให้คนลุ่มหลง น่าเสียดายที่พอเอ่ยปาก กลิ่นอายคุณชายเสเพลไม่เอาไหนก็เผยออกมาจนหมดสิ้น
ฉีหลินมองพี่ชายที่เพิ่งได้พบ ความทรงจำทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเขาพลันไหลปรื๊ดเข้าสู่สมองราวกับเยลลีที่เพิ่งเปิดฝา
ยามกั๋วกงหรงผู้เฒ่ายังมีชีวิตอยู่ จวนหรงกั๋วกงรุ่งเรืองถึงขีดสุด เขาออกรบมาตลอดชีวิต สร้างคุณูปการใหญ่หลวง เมื่ออายุเกินหกสิบจึงปลดอาวุธกลับบ้านและคืนอำนาจบัญชาการทหาร
หรงกั๋วกงผู้เฒ่ามีบุตรเพียงสองคน คือฉีหลินกับพี่ชายของนาง
พี่ชายของนางชื่อฉีเฉิง ฉีหลินมักเรียกเขาลับหลังว่า “ฉีต้าเซิ่ง”
หลังจากกั๋วกงผู้เฒ่าสิ้นบุญ ฉีเฉิงก็สืบทอดบรรดาศักดิ์หรงกั๋วกง ครั้นยังหนุ่มอาศัยบารมีบรรพบุรุษได้ตำแหน่งว่างงานขั้นหกในกรมโยธา
แต่ทำงานได้ไม่ถึงสองปี ก็เกิดปัญหากับไม้ที่ใช้ในวังชุดหนึ่งซึ่งเขารับผิดชอบดูแล ว่ากันว่าคนใต้บังคับบัญชาลักลอบลดคุณภาพวัสดุ ส่วนเขาผู้เป็นหัวหน้ากลับละเลยการตรวจตรา ถูกผู้ตรวจการถวายฎีกากล่าวหาว่า “ละเลยหน้าที่” จึงถูกปลดจากตำแหน่งจนหมดสิ้น
นับแต่นั้นเขาก็ไม่เคยแสวงหาตำแหน่งราชการอีกเลย หรงกั๋วกงผู้สง่างามกลับใช้ชีวิตเสเพลไปทั้งชาติ
ชนไก่ เล่นกับสุนัข ฟังเพลง เที่ยวหอนางโลม ชมบุปผา เลี้ยงนก…สิ่งที่คุณชายเสเพลในเมืองหลวงนิยมเล่น เขาล้วนเชี่ยวชาญทั้งสิ้น
เบี้ยหวัดจากราชสำนักกับรายได้จากเรือนพัก เกินครึ่งถูกผลาญไปกับหลุมไร้ก้นเหล่านี้
