สีหน้าของป้าเซียนเปลี่ยนไปหลายครั้ง เขาเงียบอยู่นานกว่าจะเอ่ยปากช้า ๆ น้ำเสียงแหบแห้งเล็กน้อย
“ต้าหยงมีผู้มีความสามารถมากมายจริง ๆ เปิ่นหวังนับถือ”
ถ้อยคำฟังดูสุภาพ ทว่าสายตากลับแสดงชัดว่าไม่ยอมรับ
เหล่าขุนนางฝั่งต้าหยงต่างเผยสีหน้ายินดี พากันยกจอกสุราเดินกรูเข้าไปหาเวินโส่วจั๋ว
“ใต้เท้าเวินช่างมีฝีมือราวกับเทพเซียน!”
“วันนี้ทำให้พวกข้าเปิดหูเปิดตายิ่งนัก!”
“มา ๆ ข้าน้อยขอคารวะใต้เท้าเวินหนึ่งจอก!”
ชั่วขณะนั้น รอบกายเวินโส่วจั๋วก็รายล้อมไปด้วยผู้คน เสียงคารวะสุราและเสียงชื่นชมดังขึ้นไม่ขาดสาย
ฉีหลินกลับไปนั่งที่ของตน ลอบกลอกตาใส่หลางหรงในใจ คิดจะเอาเจ้าลูกบาศก์มหัศจรรย์มาทำให้คนอื่นลำบากงั้นหรือ? น่าขันสิ้นดี ของแบบนั้นฉันเล่นจนเบื่อไปนานแล้ว
ตั้งแต่เวินโส่วจั๋วประกอบ “กล่องจักรวาลไร้สิ้นสุด” กลับคืนมา จนถึงตอนฉีหลินเอ่ยถึง “คุณปู่ลูกบาศก์มหัศจรรย์” กับฉีเฉิง อู๋อวิ๋นจูก็เงี่ยหูฟังมาตลอด
ทว่าสายตาของนางกลับจับจ้องฉีเฉิงเสียมากกว่า
นางมองเขาพับกระดาษ มองเขายิ้ม มองแววตาผ่อนคลายยามพูดคุยกับฉีหลิน แล้วจู่ ๆ ก็เกิดความรู้สึกประหลาดขึ้นในใจ บุรุษต้าหยงผู้นี้ไม่เหมือนบุรุษทุกคนที่นางเคยพบมาก่อน
บุรุษหลางหรงหยาบกระด้าง ใจกว้าง เสียงดัง เดินทีลมแทบพัดตาม ดื่มสุราราวกับดื่มน้ำ ทว่าบุรุษผู้นี้กลับสุภาพสะอาดสะอ้าน ยามยิ้มประหนึ่งสายลมฤดูใบไม้ผลิ แม้แต่พับกระดาษก็ยังดูงดงามถึงเพียงนั้น
ในที่สุดนางก็อดเอ่ยปากไม่ได้ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเอาแต่ใจอย่างชอบธรรม “เจ้าคุณปู่ลูกบาศก์มหัศจรรย์อะไรนั่น ท่านจะสอนเขาทำเมื่อใด? ข้าอยากดู”