เด็กโตทั้งสองคนสุขุมกว่ามาก อู่เจิ้งเฉินจูงอู่หลานเฉิน ส่วนอู่ซูเฉินจูงอู่อวี้เฉิน ทั้งสี่เดินเข้าไปในย่านตลาดพลางปรึกษาหารือกันไปด้วย
อู่ซื่อเชียนไม่ได้วิ่งตามไป เขาเดินตามหลังฉีหลินเงียบ ๆ
ฉีหลินทนเห็นเด็กน้อยต้องน้อยใจไม่ได้ บุตรอนุของนางผู้นี้ว่าง่ายเกินไป ทุกครั้งที่เห็นเขายืนอยู่ข้างกายนางราวกับผู้ใหญ่ตัวเล็ก ๆ คอยปรนนิบัตินางได้ทุกเมื่อ นางก็อดอยากมอบความรักให้เขาจนหมดใจไม่ได้
ฉีหลินย่อตัวลง แอบยัดเงินห้าตำลึงให้อู่ซื่อเชียนอีกครั้ง แล้วกระซิบบอกเขาว่า
“เชียนเอ๋อร์ ไปเที่ยวเล่นเถิด อยากซื้ออะไรก็ซื้อของที่เจ้าชอบกินที่สุด กินให้อิ่ม แม่ไม่ต้องการให้เจ้าคอยอยู่เป็นเพื่อนหรอก แม่จะมอบหมายงานให้เจ้า ไปซื้อของเล่นชิ้นเล็ก ๆ ให้ท่านน้าเล็ก พี่หญิงสี่ของเจ้า และหลานชายทั้งสองคน”
อู่ซื่อเชียนพยักหน้าด้วยความยินดี ก่อนวิ่งหายลับไปเช่นกัน
ฉีหลินพาสตรีในครอบครัวเดินเที่ยวไปตามถนนอยู่ช่วงหนึ่ง แล้วก็รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
นางคิดว่าผู้คนในถนนตลาดน่าจะมีมากมาย ถึงขั้นซื้อของกินต้องต่อแถว และไม่ต้องเดินเองด้วยซ้ำ เพราะคนเบียดเสียดจนถูกผลักให้เดินไปข้างหน้า
แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น
จนกระทั่งฉีหลินกับคนอื่น ๆ หยุดซื้อขนมทอดคล้ายหยวนเซียวหน้าร้านแผงหนึ่ง นางจึงได้รู้คำตอบ
สตรีวัยเยาว์คนหนึ่งพาบุตรชายมาต่อแถวอยู่ด้านหน้า นางเร่งพ่อค้าแผงลอยว่า “พี่ชาย ช่วยทำให้ไวหน่อยเถิด อีกประเดี๋ยวก็จะเริ่มแสดงแล้ว รอจนใจจะขาดอยู่แล้ว”
พ่อค้าแผงลอยยุ่งจนมือเป็นระวิง แต่ก็ยังไม่หยุดทำงาน มือไม้ขยับไม่ขาด ทว่ายังหาเวลาปลอบลูกค้าได้ “พี่สะใภ้ กำลังทำอยู่ขอรับ กำลังทำอยู่ ของท่านเป็นชุดถัดไป รับรองว่าไม่ทำให้ท่านพลาดชมโฆษณา”
