รถม้าหยุดลงหน้าหอหล่านเยว่เป็นครั้งที่สอง ฉีหลินลงจากรถโดยมีสาวใช้ประคอง สายตาจับจ้องไปยังแผงขายไม้ปัดขนไก่ได้อย่างแม่นยำ
เมื่อพ่อค้าเห็นฉีหลินลงจากรถ ดวงตาก็พลันเป็นประกาย เขากำลังจะร้องเรียกลูกค้า ทว่าฉีหลินกลับเดินตรงเข้ามา คว้าไม้ด้ามที่หนาที่สุดขึ้นมา แล้วหันหลังเดินเข้าไปในหอ
คราวนี้พ่อค้าไม่ร้อนใจแม้แต่น้อย เขาจ้องจูจูเขม็ง จูจูสาวเท้าเข้ามา ควักเงินหนึ่งตำลึงจากแขนเสื้อแล้วส่งให้เขาอย่างคล่องแคล่ว
พ่อค้าก้มมองเงินในอ้อมอก ดวงตาเบิกกว้างจนแทบถลน มุมปากฉีกยิ้มกว้างแทบถึงใบหู ได้เงินอีกหนึ่งตำลึงแล้ว!
เงินหนึ่งตำลึงเมื่อวานยังไม่ได้ใช้ วันนี้กลับมีมาอีกก้อน คราวนี้ร่ำรวยแล้ว!
เขากำเงินไว้แน่น มองแผ่นหลังของฉีหลินที่หอบไอสังหารเดินเข้าไปในหอหล่านเยว่ พลันเกิดความคิดวาบขึ้นในหัว
สวรรค์! หอหล่านเยว่เป็นทำเลทองจริง ๆ!
ครั้งก่อนฮูหยินผู้นี้มาซื้อไม้ปัดขนไก่ไปสั่งสอนบุตรชาย คราวนี้ก็มาอีก เห็นชัดว่ามีคุณชายตระกูลใหญ่แวะมาก่อเรื่องที่นี่อยู่เสมอ ฮูหยินทั้งหลายจึงต้องร้อนใจมาตามตัวคนกลับไป
ต่อไปเขาจะปักหลักขายของอยู่หน้าหอหล่านเยว่ ขายให้เหล่าฮูหยินที่มาตามสั่งสอนบุตรและสามีโดยเฉพาะ ราคาจะสมเหตุสมผลหรือไม่ก็ไม่สำคัญ อย่างไรเสียฮูหยินเหล่านี้ร้อนใจ ทั้งยังจ่ายเงินมือเติบ รับรองว่ากอบโกยเงินได้เป็นกอบเป็นกำ!
ยิ่งคิด พ่อค้าก็ยิ่งเห็นว่าเป็นความคิดดี เขาตัดสินใจทันทีว่าจะทำด้ามไม้ปัดขนไก่ให้หนาขึ้น เพราะของที่ใช้ตีคนต้องแข็งแรงทนทาน ส่วนขนไก่ก็ต้องคัดเลือกอย่างพิถีพิถัน จัดสีสันให้เข้ากัน เพราะของที่ฮูหยินผู้สูงศักดิ์ใช้ต้องดูงดงาม
