หลินข่ายเห็นเงินแปดสิบอีแปะนี้มีค่ามาก อยากซื้อของกินเล่นตามตลาดไปถวายเสด็จพ่อกับเสด็จแม่ แต่ก็คิดว่าของกินพอกินหมดแล้วก็ไม่เหลืออะไร จึงอยากให้ความสุขที่แลกมาด้วยเงินแปดสิบอีแปะนี้คงอยู่ได้นานสักหน่อย
ทว่าประสบการณ์เลือกซื้อของของเขาก็น้อยนิดเสียจริง
เขาตั้งใจเลือกซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่นาน ในที่สุดก็เลือกปิ่นไม้ให้ฮองเฮา และเลือกรองเท้าผ้าพื้นพันชั้นคุณภาพธรรมดาคู่หนึ่งให้ฮ่องเต้
สามีภรรยาผู้สูงศักดิ์ที่สุดใต้หล้าได้รับของขวัญที่พระโอรสองค์โตซื้อด้วยเงินที่หามาอย่างยากลำบาก ทั้งยินดีจนแทบหลั่งน้ำตา แล้วสวมใส่ทันที
ฮ่องเต้ตัดใจสวมรองเท้าผ้าคู่นั้นไม่ลง มีเพียงยามเสด็จไปตำหนักฮองเฮาในเวลาว่าง จึงจะรอวันที่อากาศแจ่มใสแล้วสวมสักครั้ง เกรงเหลือเกินว่าจะทำเปื้อนหรือสวมจนพัง
หลินข่ายบอกว่าพอหาเงินได้แล้วจะซื้อคู่ดี ๆ ถวายอีกคู่ ฮ่องเต้ตรัสว่า ต่อให้ภายหน้าซื้อคู่ที่ดีเพียงใด ก็สู้คู่นี้ไม่ได้
ส่วนฮองเฮากลับตรงกันข้าม ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา นางก็ประดับปิ่นไม้ชิ้นนั้นทุกวัน จนดูขัดกับเครื่องประดับไข่มุกอัญมณีเต็มศีรษะ
เหล่าฮูหยินขุนนางฝ่ายนอกเข้าเฝ้า เห็นเข้าก็นึกว่ามีความหมายพิเศษ จึงพากันเอาอย่าง ชั่วขณะหนึ่งบนศีรษะของเหล่าฮูหยินสูงศักดิ์ในเมืองหลวงต่างก็มีปิ่นไม้ปักเด่นสะดุดตา
เมื่อฮองเฮาทราบเรื่อง นางก็ทั้งหัวเราะทั้งร้องไห้ ขี้เกียจอธิบาย จะทำอย่างไรก็ช่างเถิด อย่างไรของขวัญที่พระโอรสองค์โตซื้อให้นางด้วยเงินก้อนแรกที่หาได้ นางก็จะประดับไว้ทุกวัน
เจียงเสี่ยวอวี๋ซื้อหยกห้อยเอวที่มีตำหนิ มีเส้นแร่ขาวและรอยร้าว ทั้งงานแกะสลักยังหยาบกระด้างให้บิดา
บิดาของนางชอบอกชอบใจเป็นที่สุด วันรุ่งขึ้นก็พกไปเข้าประชุมราชสำนัก
