ฝั่งสระบุรุษกลับมีบรรยากาศแตกต่างไปโดยสิ้นเชิง
สระที่ไอน้ำลอยกรุ่น บัดนี้ดูราวกับหม้อซุปเกี๊ยวเดือดพล่าน แถมยังมีไส้ถึงสิบสองชนิด
ฉือฮั่วหลวงจีนร่างใหญ่สวมเพียงกางเกงขายาวสีพื้นเก่า ๆ ที่ยาวถึงเข่า ท่อนบนเปลือยเปล่า ศีรษะโล้นเงาวับท่ามกลางไอร้อน บัดนี้มีหยดน้ำเกาะพราว ไม่รู้ว่าเป็นเหงื่อหรือน้ำที่กระเซ็นมา ใบหน้าซึ่งปกติเอ้อระเหยไม่ทุกข์ร้อนกลับบูดบึ้งจนแทบคั้นน้ำขมออกมาได้
“ห้ามกระโดด!”
คำพูดยังไม่ทันสิ้นเสียง ก็ได้ยินเสียงตูม ๆ หลายครั้ง เด็กหนุ่มสี่ห้าคนส่งเสียงร้องประหลาดแล้วพุ่งลงน้ำราวกับลูกกระสุน กำแพงน้ำที่กระเซ็นขึ้นมาสาดใส่เขาตั้งแต่หัวจรดเท้า
ฉือฮั่วหลับตาปาดหน้าอย่างแรง ครั้นลืมตาขึ้นก็เห็นคนโตที่สุด ซึ่งก็คืออู่ซื่อเซียวศิษย์รักของตน กำลังตะเกียกตะกายทั้งมือทั้งเท้าอย่างสุดกำลังจนสาดน้ำกระจายท่วมหน้า สุดท้ายกลับสำลักน้ำเสียเองจนไอไม่หยุด ทั้งยังคว้าขอบเอวกางเกงเด็กคนข้าง ๆ ไว้แน่น ทั้งสองจึงกลิ้งพันกัน จมดิ่งลงไปในน้ำพร้อมเสียงอุบอิบ
ฉือฮั่วสบถคำหยาบออกมาคำหนึ่ง “บัดซบ!” นี่มันเรื่องอะไรกัน? เขาเป็นถึงราชครูผู้สูงส่งแห่งแคว้น เหตุใดจึงต้องตกต่ำมาคอยกล่อมเด็กเช่นนี้?
เขาตบท้ายทอยอู่ซื่อเซียวไปทีหนึ่ง แล้วคว้าเด็กที่จมอยู่ก้นสระขึ้นมา โยนขึ้นฝั่ง
เพิ่งโยนขึ้นมาได้คนเดียว เด็กอีกหลายคนก็กระโดดลงไป
เจ้าพวกเด็กซนนี่ พอลงน้ำก็ราวกับม้าป่าหลุดบังเหียน จับเท่าไรก็จับไม่อยู่
บางคนขี้ขลาดกอดขอบสระแน่นไม่ยอมปล่อย บางคนเหยียบพลาดจมลงไปตะเกียกตะกาย บ้างก็สาดน้ำเล่นกัน ที่น่าโมโหที่สุดคืออู่ซื่อเซียว ฉวยจังหวะตอนฉือฮั่วกำลังจัดการเด็กคนอื่นแล้วลงน้ำไปอีก
ซื่อจื่อตัวโตถึงเพียงนั้นกลับย่อตัวอยู่ในน้ำลอบโจมตี ไล่ถอดกางเกงเด็กทีละคน เสียงกรีดร้องกับเสียงหัวเราะดังสะเทือนจนหูฉือฮั่วแทบดับ สถานการณ์วุ่นวายจนควบคุมไม่อยู่
