อาจารย์พลศึกษาจ้าวเสี่ยวหู่ซึ่งมารออยู่ก่อนแล้ว ข้างกายมีห่วงวงใหญ่ใบหนึ่งวางอยู่ ดึงดูดสายตาของเด็ก ๆ ทุกคนในทันที
ห่วงวงนั้นสานขึ้นจากเถาวัลย์ มีขนาดใหญ่พอให้ผู้ใหญ่โอบได้หลวม ๆ เด็กโตโน้มตัวก็ลอดผ่านได้ ส่วนเด็กเล็กสามารถวิ่งผ่านไปได้เลย
กติกาการเล่นเรียบง่ายแต่เร้าใจ จ้าวเสี่ยวหู่จะผลักห่วงวงใหญ่ออกไปสุดแรง เด็ก ๆ ต้องลอดผ่านห่วงให้ครบทุกคนก่อนที่มันจะล้มลง
“หนึ่ง! สอง! สาม! ไปได้!” จ้าวเสี่ยวหู่ออกแรงผลักด้วยสองแขน ห่วงเถาวัลย์วงใหญ่ส่งเสียงหวีดหวิวพลางกลิ้งไปข้างหน้า
“พุ่งไป!”
เด็ก ๆ วิ่งไล่ตามอย่างตื่นเต้น การลองเล่นครั้งแรกย่อมมีความสับสนอยู่บ้าง
เด็กโตวิ่งเร็ว เด็กเล็กก็เร่งฝีเท้าตาม การประสานงานระหว่างกันยังไม่คล่องแคล่วนัก
เมื่อเห็นว่าห่วงเถาวัลย์เริ่มช้าลงและใกล้จะล้มลง เด็กบางส่วนก็ลอดผ่านไปได้อย่างเฉียดฉิว ถึงคราวของอู่หลานเฉินที่อายุน้อยที่สุด
หลานเฉินตัวน้อยก้าวขาสั้น ๆ ด้วยใบหน้าแดงก่ำเพราะร้อนใจ เมื่อเห็นว่าห่วงอยู่ใกล้แค่เอื้อม นางจึงกระโดดสุดแรง หวังจะมุดลอดไป ทว่ากลับลอดไม่พ้น ซ้ำแขนเล็ก ๆ ยังไปเฉี่ยวขอบห่วงเถาวัลย์ที่กำลังเอนล้มอยู่!
“อ๊ะ!”
ห่วงเถาวัลย์ที่โงนเงนอยู่ก่อนแล้วพลันล้มลงเร็วขึ้นเพราะถูกนางชน น้ำหนักไม่น้อยของมันพุ่งตรงเข้าหาศีรษะน้อย ๆ ของนาง!
ชั่วพริบตานั้นเอง เงาร่างหนึ่งก็พุ่งเข้ามา!
จ้าวเสี่ยวหู่คอยตามประกบอยู่ด้านหลังเยื้องไปทางข้างของห่วงเพื่อดูแลเด็ก ๆ มาโดยตลอด ครั้นเห็นเหตุการณ์เช่นนี้ เขาก็พุ่งไปข้างหน้าทันที แขนยาวราวแขนวานรเหยียดออก มือใหญ่ยื่นคว้าไว้ “เพียะ” ห่วงวงนั้นจึงถูกประคองไว้ได้อย่างมั่นคง!
อู่หลานเฉินยืนนิ่งด้วยความตกใจ ริมฝีปากน้อยเบะลง น้ำตาคลออยู่ในดวงตา
“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร คุณหนูหกอย่ากลัว” จ้าวเสี่ยวหู่วางห่วงเถาวัลย์ลง ลูบแผ่นหลังนางเบา ๆ พลางปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
