หลังขับขานเพลงจบลง ก็รออยู่นานกว่าจะได้เห็นปฏิกิริยาจากอู่ยวี่เฉิน เจ้าหนูเจ็ดคนสุดท้อง นางร้อนใจจนต้องทำท่าทางประกอบอีกครั้ง ฉีหลินเข้าใจ จึงเอ่ยปลอบเสียงอ่อนโยนว่า
“เสี่ยวอวี้เฉินอยากให้ท่านย่าร้องอีกครั้งใช่หรือไม่? ท่านย่าจะสอนพี่หญิงใหญ่ พอพี่หญิงใหญ่เรียนได้แล้ว เสี่ยวอวี้เฉินก็จะเรียนได้ด้วย ต่อไปหากอยากฟัง ก็ให้พี่หญิงใหญ่ร้องให้ฟัง ไม่แน่ว่าเจ้าจะร้องให้ตัวเองฟังได้ด้วยกระมัง”
อู่ยวี่เฉินชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า
ฉีหลินหันไปปรึกษาหลานสาวคนโต “เสี่ยวซูเฉิน เพลงแรกนี้ เรียนเพลง《ไร้ผู้ใดเทียบ》ดีหรือไม่?”
“เจ้าค่ะ ท่านย่า หลานยินดี”
หญิงชราหนึ่งคนกับเด็กสามคน พร้อมเสียงผีผา ขับกล่อมช่วงเวลาแสนสบายให้ผ่านไปครึ่งวัน
จวนแม่ทัพผิงตง
เหล่าผู้เป็นนายในจวนพากันมารวมตัวที่เรือนของฮูหยินผู้เฒ่าไป๋หลี่โดยไม่ได้นัดหมาย รอเด็กทั้งสองกลับจากเรียน ต่างอยากรู้เรื่องแปลกใหม่ว่าโรงเรียนอนุบาลสอนอะไรกันบ้าง
ไป๋หลี่กวนซานกับไป๋หลี่ทิงชวนวิ่งเข้าจวนมา ด้านหลังมีบ่าวถือกล่องอาหารวิ่งตามมา
พอเข้าลาน เด็กชายทั้งสองก็ยิ้มแย้มแจ่มใส รีบเอ่ยทักทุกคนเสียงใส “ท่านปู่ ท่านย่า ท่านแม่ ท่านอาสะใภ้รอง ท่านป้าสะใภ้ใหญ่...”
ทุกคนพลอยยินดีไปกับท่าทางร่าเริงของเด็กชายทั้งสอง จึงรู้สึกเบิกบานขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว สิ่งแรกที่สะดุดตาคือบนหลังของเด็กทั้งสองมีของเพิ่มขึ้นมา สายกว้างพาดบ่าข้างละเส้น ด้านหลังเชื่อมกับห่อใบใหญ่ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า
“ซานเอ๋อร์ ชวนเอ๋อร์ นี่คือสิ่งใด?”
เด็กทั้งสองเริ่มอวด “นี่คือของขวัญเปิดเรียนที่ท่านย่าตระกูลอู่มอบให้พวกเรา เรียกว่ากระเป๋าสะพายหลัง ท่านย่าดูสิ ข้างในแบ่งเป็นช่องเล็ก ๆ หลายช่องเลย”
