มองไปแต่ไกลก็เห็นโจวเหล่าซื่อ หัวหน้าหมู่บ้าน กำลังประคองภรรยาที่ร้องไห้จนตัวสั่น แผ่นหลังค่อมงองุ้ม สีหน้าเต็มไปด้วยความร้อนใจและจนปัญญา รอบข้างมีชาวบ้านหลายคนที่ได้ยินข่าวแล้วพากันมาดู ต่างกล่าวถ้อยคำปลอบใจอย่างติดขัด
ครั้นเห็นฉีหลินเดินมา โจวเหล่าซื่อก็รีบปล่อยภรรยาแล้วก้าวเข้ามาคำนับ น้ำเสียงเปี่ยมด้วยความรู้สึกผิดและร้อนรน
“ฮูหยินผู้เฒ่า ข้าน้อยต้องขออภัยอย่างยิ่ง บ้านข้าน้อยเกิดเรื่องวุ่นวาย รบกวนท่านกับเหล่าคุณชายน้อยแล้ว แต่... แต่เงินยี่สิบตำลึงนั้นหายไปจริง ๆ!”
ฉีหลินโบกมือ สายตาทอดไปยังฮูหยินโจวที่ทรุดนั่งอยู่บนธรณีประตู นางร้องไห้จนแทบหมดสติ ฉีหลินจึงเอ่ยถามเสียงอ่อนโยน
“ไม่เป็นไร ค่อย ๆ เล่ามาเถิด เกิดเรื่องใดขึ้นกันแน่ เงินยี่สิบตำลึงนั่น ใช่สินสอดที่เจ้าสะสมไว้ให้บุตรชายตามที่ทุกคนพูดกันหรือไม่?”
ตอนมาถึงหมู่บ้านยามเย็น ฉีหลินได้ยินบ่าวไพร่พูดกันว่าช่วงสองวันนี้บ้านหัวหน้าหมู่บ้านมีเรื่องมงคล กำลังจัดแจงหาสะใภ้ให้บุตรชาย สินสอดที่เตรียมไว้สูงที่สุดในละแวกนี้ ถึงยี่สิบตำลึงเชียว!
โจวเหล่าซื่อถอนหายใจ น้ำเสียงหนักอึ้งราวกับมีหินก้อนใหญ่กดทับ
“ใช่แล้ว ฮูหยินผู้เฒ่า!
เงินก้อนนั้นเป็นทรัพย์สินที่ข้ากับภรรยาประหยัดอดออมมาหลายปี ตั้งใจเก็บไว้เป็นสินสอดให้บุตรชายแต่งภรรยา!
เช้าตรู่วันนี้ ข้ากับภรรยาต้องคอยรับใช้ท่านและเหล่าคุณชายน้อย จึงไม่มีใครอยู่บ้าน ครั้นกลับมาตอนเย็นก็พบว่ากล่องที่ซ่อนเงินไว้ถูกงัดเปิด เงินข้างในหายไปหมดแล้ว!”
เมื่อฮูหยินโจวได้ยินดังนั้นก็ยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม ปากพร่ำพูดซ้ำไปซ้ำมาว่า “นั่นเป็นเงินแต่งภรรยาของลูก ใครกันช่างไร้คุณธรรมเช่นนี้” โจวเหล่าซื่อตบหลังนางปลอบโยนไปพลาง กัดฟันกล่าวไปพลาง
