อาซวิ๋นเป็นเด็กหนุ่มอายุราว 13-14 ปี คิ้วตาได้รูป แก้มยังมีเนื้อนุ่มนิ่มของวัยเยาว์หลงเหลืออยู่ ดูซื่อสัตย์น่าไว้วางใจ
เมื่ออู่ซื่อเซียวอายุ 8 ขวบ ครอบครัวจวนโหวอู่แอนนาน ๆ ทีจะได้อยู่พร้อมหน้ากัน จึงพากันไปเที่ยวที่เรือนพักบ่อน้ำพุร้อนของตน
ยามนั้นอู่ซื่อเซียวอยู่ในวัยที่ได้รับความเอ็นดูจากบิดาและพี่ชายทั้งสามจนทำอะไรตามใจได้ทุกอย่าง ทั้งยังเป็นช่วงที่เลื่อมใสพี่ชายและบิดามากที่สุด เขาชอบเลียนแบบท่าทางของแม่ทัพใหญ่ผู้เป็นพี่ชายและบิดา และโปรดปรานการเล่นสงครามเป็นที่สุด
หัวหน้าคฤหาสน์ได้รับคำสั่ง จึงเรียกเด็กวัยเหมาะสมจากครอบครัวชาวไร่ในละแวกนั้นมาทั้งหมด เพื่อให้คุณชายน้อยได้เล่นสนุกอย่างเต็มที่
ระหว่างเล่นกัน อู่ซื่อเซียววางท่าราวกับแม่ทัพใหญ่ แบ่งหน้าที่เฝ้ายามให้อาซวิ๋น พลางชี้ไปยังมุมอับแห่งหนึ่งแล้วสั่งว่า
“เจ้าเฝ้าอยู่ตรงนี้ ห้ามเดินเพ่นพ่านแม้แต่ก้าวเดียว หากเห็น ‘ข้าศึก’ ต้องรีบมารายงานข้า!”
อาซวิ๋นได้ฟังก็พยักหน้ารับอย่างจริงจัง ก่อนจะเชื่อฟังเฝ้าอยู่ตรงจุดนั้น ไม่กล้าละเลยแม้แต่น้อย
เด็ก ๆ เล่นกันอย่างสนุกสนานตลอดทั้งบ่าย ครั้นตะวันคล้อยลงทางทิศตะวันตก ทุกคนก็ถูกคนในครอบครัวเรียกกลับไปกินมื้อเย็น
มีเพียงอาซวิ๋นที่ยังคงเฝ้าอยู่ที่เดิม ดวงตาจับจ้องรอบด้านอย่างระแวดระวัง ปฏิบัติตามคำสั่ง “ห้ามเดินเพ่นพ่าน” อย่างเคร่งครัด
ฟ้าเริ่มมืดลง บ้านเรือนทุกหลังในคฤหาสน์ต่างดับไฟ ทว่าท่ามกลางราตรีอันควรเงียบสงัด กลับมีคบเพลิงสว่างวาบขึ้นเป็นแถบ ชาวไร่จับกลุ่มกันสามถึงห้าคน เร่งฝีเท้าออกตามหาคนไปทั่ว
