หน่วยองครักษ์เงาแห่งวังหลวง เสวียนอู่ ไป๋หู่ และชิงหลงกอดอกมองเหล่าพี่น้องแย่งชิงตำแหน่งน้าชายขององค์ชายใหญ่
เสวียนอู่เองก็อยากอยู่เล่นกีฬาสีเป็นเพื่อนองค์ชายใหญ่ รู้สึกว่าน่าสนุกไม่น้อย ทว่านับตั้งแต่องค์ชายใหญ่เสด็จไปสวนผลน้ำเต้า เขาก็เปลี่ยนจากองครักษ์เงามาเป็นองครักษ์ประจำกาย คอยติดตามใกล้ชิด จะให้คุณชายหลินข่ายมีน้าเป็นองครักษ์ได้อย่างไรเล่า?
ตำแหน่งนี้ เขาไม่ต้องคิดก็รู้ว่าไม่มีหวัง
ยามนี้ไป๋หู่กำลังกลัดกลุ้ม วันนั้นที่ไปเรือนพักน้ำพุร้อน เหตุใดเขาจึงเป็นผู้นำขบวน เหตุใดต้องออกหน้า ทำให้เสียโอกาสไปเปล่า ๆ หนหนึ่ง
ชิงหลงคิดว่า: ข้าเป็นอาแล้วจะเป็นน้าไม่ได้หรือ? ช่างเถิด! รู้สึกว่าเป็นน่าสนุกกว่าเป็นอาเสียอีก
ไม่มีข้อกังขา ผู้ที่ได้สวมบทเป็นน้าขององค์ชายใหญ่คือจูเชวี่ย หนึ่งในยอดฝีมือทั้งสี่
ยามนี้ ณ ตำหนักบรรทมของฮองเฮา คู่สามีภรรยาผู้สูงศักดิ์ที่สุดในใต้หล้านั่งหันหน้าเข้าหากัน ต่างเงียบงันและหม่นหมองเล็กน้อย คนหนึ่งอ่านหนังสือ อีกคนก็อ่านหนังสือเช่นกัน
ฮองเฮาค่อย ๆ วางหนังสือลง แล้วตรัสถามเสียงเบา “ฝ่าบาท ทรงอยากอยู่ชมการแข่งขันเหล่านั้นกับไคเอ๋อร์ใช่หรือไม่?”
ฮ่องเต้ก็วางหนังสือลงเช่นกัน ก่อนตรัสตอบเสียงเบา “อืม ฮูหยินผู้เฒ่าอู่ตั้งใจคิดกิจกรรมเหล่านี้ขึ้นเพื่อเด็ก ๆ ย่อมไม่ผิดพลาดแน่ เจ้าเองก็อยากไปดูใช่หรือไม่?”
“เพคะ หม่อมฉันอยากไป งานพบปะผู้ปกครองคราวก่อนหม่อมฉันก็ไม่ได้ไปร่วม ยังเสียดายอยู่มาก คราวนี้พาหม่อมฉันไปด้วยได้หรือไม่เพคะ?”
“เช่นนั้นให้เราสองคนปลอมตัวออกไปตรวจเยี่ยมราษฎรพร้อมกันหรือ? ดูจะไม่เหมาะนัก คราวก่อนยังอ้างได้ว่าเราเพิ่งคิดขึ้นกะทันหัน แต่คราวนี้หากเราสองคนออกหน้าไปพร้อมกัน เกรงว่าขุนนางหลายคนจะคาดเดากันไปต่าง ๆ นานา”
