ซูชิงหลีเริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติในช่วงกลางเดือนมีนาคม
ตอนแรกแค่ตื่นเช้ามาก็คลื่นไส้ พอได้กลิ่นคาวน้ำมันก็พะอืดพะอม แม่บ้านหวังผัดไข่ให้ เธอยังต้องหนีไปหลบในลานบ้าน
เธอคิดว่าเป็นเพราะเปลี่ยนฤดูแล้วโดนลมจนเป็นหวัด จึงชงน้ำขิงดื่มเองติดต่อกัน 2 วัน แต่อาการไม่ดีขึ้น กลับยิ่งหนักกว่าเดิม
ต่อมาเช้าวันหนึ่ง ก่อนฟู่ซือเหนียนจะออกจากบ้าน เขาก้มลงจูบเธอ เธอก็ยกมือปิดปากแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำ พอกลับออกมาก็พยุงตัวกับกรอบประตู ใบหน้าซีดเซียว แต่ยังฝืนพูดว่า “ไม่เป็นไร คงกินอะไรผิดสำแดงเมื่อคืน”
ฟู่ซือเหนียนยืนมองเธออยู่ที่หน้าประตูครู่หนึ่งโดยไม่พูดอะไร จากนั้นก็ลงไปข้างล่าง โทรศัพท์ไปที่หน่วยเพื่อขอลาครึ่งวัน แล้วกลับมาพาเธอไปโรงพยาบาล
ผลตรวจออกมาแล้ว แพทย์เป็นผู้หญิงวัยราว 50 ปี เธอถอดแว่นสายตายาวออก ยิ้มมองทั้งคู่
“ตั้งครรภ์แล้วค่ะ เกือบ 2 เดือนแล้ว”
ซูชิงหลีนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ในห้องตรวจไปพักใหญ่
เธอก้มมองท้องตัวเอง มันยังแบนราบ มองไม่เห็นอะไรเลย
จากนั้นเธอก็เงยหน้ามองฟู่ซือเหนียน เขายืนอยู่ข้างเธอ สีหน้าไร้อารมณ์เหมือนทุกครั้งที่มารับยาที่โรงพยาบาล
แต่ข้างลำตัว มือข้างหนึ่งของเขากำแน่นแล้วคลายออก
