หลังเกิดเรื่องของซูต้าเฉียงกับหลิวชุ่ยฮวา ซูชิงหลีก็ซึมเศร้าไปสองวัน
เธอยังคงทำงานและทำอาหารตามปกติ แต่พูดน้อยลง กินข้าวก็น้อยลง พอตกกลางคืนขึ้นไปทำโจทย์บนห้อง เธอก็นั่งอยู่นานแต่เขียนได้ไม่กี่ตัว
ฟู่ซือเหนียนเห็นทุกอย่าง แต่ไม่ได้เร่งรัดเธอ ทุกคืนเมื่อเธอขึ้นมา เขาจะรินน้ำตาลทรายแดงอุ่น ๆ ให้แก้วหนึ่ง แล้ววางไว้ใกล้มือ
นอกจากนี้ ลับหลังเขายังสั่งให้คนไปแก้แค้นแทนหลีหลีด้วย
สามีภรรยาคู่นี้ทำร้ายหลีหลีถึงเพียงนี้ เขาย่อมไม่ปล่อยให้ทั้งสองคนอยู่สุขสบาย
ทั้งคู่จึงถูกเอากระสอบคลุมหัวแล้วทุบตีเสียยกใหญ่ ทรัพย์สินเงินทองที่มีติดตัวก็ถูกปล้นไปจนหมด
อย่ามาพูดว่าเขาทำผิดกฎหมายเลย
ในเมื่อถูกเอากระสอบคลุมหัว ทั้งสองก็ไม่รู้ว่าใครเป็นคนลงมือ ไม่มีหลักฐาน แล้วจะเอาอะไรไปกล่าวหา
ยิ่งไปกว่านั้น ยังสืบพบว่าเหตุที่ซูต้าเฉียงกับหลิวชุ่ยฮวามาหาถึงบ้าน เป็นเพราะซ่งหย่าจือสั่งให้ทำ
เขาจึงเขียนจดหมายร้องเรียนส่งไปที่โรงเรียนโดยตรง
ซ่งหย่าจือถูกให้ออกจากโรงเรียนด้วยเหตุประพฤติตัวไม่เหมาะสมและมีความประพฤติเสื่อมเสีย
ต่อให้เธอแก้ตัวยังไงก็ไร้ประโยชน์
...
ค่ำวันหนึ่ง เธอนั่งอยู่หน้าโต๊ะหนังสือ มือกำปากกาหมึกซึม เขียนคำสองคำลงบนกระดาษร่างแล้วก็ขีดทิ้ง
“พี่ซือเหนียน”
เธอเรียกเขาเสียงแผ่วเบา
ฟู่ซือเหนียนกำลังอ่านหนังสืออยู่ พอได้ยินก็เงยหน้ามองเธอ
“ฉันอยากสอบเข้ามหาวิทยาลัย”
ตอนพูดเธอไม่ได้เงยหน้า นิ้วมือบีบปากกาหมึกซึมไว้ ปลายปากกาจรดลงบนกระดาษจนหมึกซึมเป็นจุดเล็ก ๆ
“ฉันคิดมาหลายวันแล้ว” เธอพูดต่อด้วยเสียงอู้อี้ “ฉันไม่อยากเป็นแบบนี้ไปตลอด ครอบครัวพี่ดีกับฉัน แม่พี่ก็ไม่รังเกียจฉัน พ่อพี่ก็บอกว่าได้ แต่ตัวฉันเอง...ฉันต้องยืนหยัดด้วยตัวเอง จะเอาแต่พึ่งพาพี่ตลอดไม่ได้”
