ซูชิงหลีวางแก้วลง ปลายนิ้วลูบไล้ขอบแก้วเบา ๆ
หลังเสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในหัว เธอก็ไม่ได้รีบร้อนมองออกไปข้างนอก
กู้ยวี่อันอยู่ในงานนี้
เธอเพียงเอียงศีรษะเล็กน้อย แล้วพูดกับหลี่ซือซือว่า
“ฉันไปห้องน้ำสักครู่นะ”
หลี่ซือซือกำลังจะตามออกไป แต่ซูชิงหลีลุกขึ้นแล้ว
เธอก้าวเดินอย่างไม่เร่งรีบ ฝ่าผู้คนและแถบไฟสลัว ๆ ภายในห้องส่วนตัว ก่อนผลักประตูกันเสียงบานหนักออกไป
แสงไฟในทางเดินสว่างจ้าจนแสบตา แสงสีขาวเย็นสาดลงมา
เธอเดินไปตามทางมุ่งหน้าสู่ห้องน้ำ พอผ่านมุมเลี้ยวก็เผลอไม่ทันระวัง
ศีรษะชนเข้ากับแผงอกแข็งแกร่ง
แรงไม่มากไม่น้อย พอดีทำให้เธอถอยหลังไปครึ่งก้าว
เท้าเธอเซเล็กน้อยจากแรงชน ศีรษะเอียงไปข้างหนึ่ง เส้นผมดำหลายปอยเลื่อนลงจากไหล่ บดบังใบหน้าไปครึ่งซีก
“ขะ...ขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ”
ทันทีที่เอ่ยปาก เธอก็ก้มศีรษะลงเล็กน้อยก่อน ราวกับยังมึนงงจากการถูกชน
จากนั้นจึงค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น
การเคลื่อนไหวนั้นเชื่องช้ามาก
ช้าราวกับภาพสโลว์โมชันในภาพยนตร์ แสงจากแถบไฟเหนือศีรษะสาดลงมา ส่องให้เห็นใบหน้านั้นชัดเจน
แก้มทั้งสองข้างของหญิงสาวแต้มสีชมพูจาง ๆ ไล่จากโหนกแก้มไปจนถึงใบหู
ดวงตาพร่าเลือนด้วยหยาดน้ำจากฤทธิ์สุรา ดำขลับ ชุ่มชื้นและอ่อนโยน ราวกับลูกแก้วที่ผ่านสายฝน
ริมฝีปากเม้มเบา ๆ สีแดงของเรียวปากยิ่งโดดเด่นภายใต้แสงไฟสีขาวเย็น
กู้ยวี่อันก้มมองเธอ
เดิมทีเขาแค่ออกมารับโทรศัพท์
ในห้องส่วนตัวเสียงดังเกินไป งานเลี้ยงวันเกิดของเพื่อนสนิท เขาแค่มาให้เห็นหน้าก็จะกลับแล้ว
เพิ่งวางสายโทรศัพท์ พอหันกลับมาก็ถูกใครบางคนชนเข้า
เขายกมือขึ้นประคองไหล่ของอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว กลัวเธอจะล้ม
แล้วเธอก็เงยหน้าขึ้น
หัวใจของกู้ยวี่อันพลันสะดุดไปหนึ่งจังหวะ
ตั้งแต่เล็กจนโต เขาพบเจอผู้หญิงหน้าตาสะสวยมามากมาย
