ตรงประตูมีหญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ เธอสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกระโปรงยาวสีน้ำเงินเข้ม ผมสั้นระต้นหู ใบหน้าหมดจด ท่าทางเรียบร้อย มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นเด็กสาวที่ได้รับการอบรมสั่งสอนมาอย่างดี
ในมือถือของฝากสองถุง ทั้งขนมและผลไม้ เธอทักทายโจวหว่านชิงอย่างสุภาพ ก่อนจะกล่าวทักทายคุณปู่ฟู่ที่นั่งอยู่บนรถเข็นด้วย
ซูชิงหลีแอบมองจากในครัวแวบหนึ่ง ดูท่าจะเป็นเด็กสาวที่ดีทีเดียว
น่าเสียดายที่เธอดันมาเจอฟู่ซือเหนียน และฟู่ซือเหนียนก็คือเป้าหมายภารกิจของเธอ
เช่นนั้นก็โทษเธอไม่ได้แล้ว
เธอหันกลับไปหั่นผักต่อ ฝีมือคล่องแคล่ว ต้นหอม ขิง และกระเทียมวางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ
เสียงของโจวหว่านชิงดังมาจากห้องรับแขก
“ซือเหนียน ลงมาคุยเป็นเพื่อนหย่าจือหน่อยสิ!” จากนั้นก็มีเสียงฝีเท้าบนบันไดดังขึ้นอย่างไม่รีบร้อน
ซูชิงหลีไม่ได้หันไปมองทางประตู ทว่าหูขยับน้อย ๆ
หลังฟู่ซือเหนียนลงมา โจวหว่านชิงก็ยิ้มพลางเอ่ยว่า
“พวกหนุ่มสาวคุยกันไปนะ ฉันจะไปดูในครัวหน่อยว่าเสี่ยวซูเตรียมอาหารไปถึงไหนแล้ว”
พูดจบเสียงฝีเท้าก็มุ่งตรงมาทางครัว
ทันทีที่โจวหว่านชิงเข้ามา ก็เห็นแผ่นหลังของซูชิงหลีที่กำลังยุ่งอยู่หน้าเตา เอวคอดไหล่แคบ เปียพาดอยู่บนอก ใบหน้าด้านข้างขาวผ่อง ขนตาที่หลุบต่ำทอดเงาบาง ๆ ลงบนเปลือกตา
สายตาของเธอหยุดอยู่บนตัวซูชิงหลีชั่วครู่ ก่อนจะยิ้มแล้วเอ่ยว่า
“เสี่ยวซู วันนี้ทำกับข้าวเพิ่มอีกสักสองอย่างนะ”
“ได้ค่ะ คุณน้าโจว” ซูชิงหลีหันมาตอบพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน “ฉันกำลังคิดว่าจะนึ่งปลาเพิ่มอีกตัวพอดี ไม่รู้ว่าคุณซ่งจะชอบกินหรือเปล่า”
