“ข้า! ข้าไปเอง!”
“ถอยไป ข้าจะไป! ข้าอยู่ในธงอสูรนี่นานจนขึ้นราแล้ว ปล่อยข้าไปขู่พวกมันหน่อย!”
ภายในธงอสูร
เหล่ามารเบียดเสียดยื้อแย่งกัน ตีรันฟันแทง เจ้าดึงขาข้า ข้าฉุดแขนเจ้า ช่วงชิงโอกาสเดียวที่จะได้ออกไปข้างนอก
ทันใดนั้น มารเฒ่าตนหนึ่งก็พุ่งตัวเข้ามา
“หลีกไป หลีกไป ให้ทางหน่อย สงสารมารแก่พิกลพิการกำพร้าหมดลูกเมียอย่างข้าเถิด…”
มารเฒ่ากระแทกมารทั้งหลายกระเด็นไปอย่างคล่องแคล่ว หมุนตัวกระโดดพุ่งเข้าไปในรอยแยกที่เชื่อมต่อกับโลกภายนอกของธงอสูร
“พวกเจ้ายังหนุ่มยังสาว ยังมีเวลาอีกมาก ข้าแก่แล้ว เหลือเวลาอีกไม่กี่ปีแล้ว ให้โอกาสนี้แก่ข้าเถิด… ฮ่าๆๆๆๆ ข้าไม่ได้ออกไปข้างนอกมาหลายหมื่นปี อึดอัดแทบตาย!”
ควันเขียวพวยพุ่งออกมาจากธงน้อย สูงสามจั้ง มารเฒ่าแขนเดียวมีเขาบนศีรษะและหนวดพลิ้วไหวปรากฏกาย
มารเฒ่าอ้าปากกว้างแดงฉาน เผยเขี้ยวสีขาวน่ากลัวพุ่งตรงเข้าใส่หญิงสาวในชุดขาวเบื้องหน้า
“อ๊ะ!”
“ศิษย์ชั่ว เจ้ากล้าดีอย่างไร!”
“ศิษย์น้อง!”
“ลั่วหวนเจิน เจ้าช่างอำมหิตนัก! เพราะอิจฉาศิษย์น้อง ถึงกับใช้ของวิเศษจากเผ่ามารอัญเชิญสัตว์ร้ายมาทำร้ายศิษย์ร่วมสำนัก!”
“ช่วยข้าด้วย! อ๊า—ศิษย์พี่! ท่านผู้อาวุโส! ท่านอาจารย์ช่วยข้าด้วย!!”
เสียงกรีดร้องพร้อมด้วยเสียงตำหนิและด่าทอ
ลั่วหวนเจินวิ่งขาสั้นป่ายขึ้นโต๊ะข้าง ๆ ตัวเล็กนิดเดียว โบกธงน้อยพลางส่งเสียงอ้อนแอ้นเชียร์มารเฒ่า
ชั่วขณะหนึ่ง เหตุการณ์โกลาหลอลหม่าน
ราวกับกำลังเล่นเกมนกอินทรีจับลูกเจี๊ยบที่วุ่นวาย เพียงแต่ลูกเจี๊ยบที่อ่อนแอมีเพียงตัวเดียว ส่วนแม่เจี๊ยบที่ปกป้องลูกมีมากถึงหนึ่งสองสามสี่ห้าหกเจ็ดตัว
