ซูหมิงเยว่กล่าวจบ ก็พยายามลุกขึ้นยืนอย่างแข็งขัน
เมื่อไม่สามารถพักต่อได้อีก นางก็จะตีแผ่ภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่งไม่ย่อท้อให้ถึงที่สุด เหลยจื่อเยว่ต้องยิ่งปวดใจสงสารนางมากขึ้นกว่าเดิมแน่ เมื่อขึ้นเขาเทวาแล้ว จะได้นำวาสนาทั้งหมดที่นางปรารถนามาส่งตรงหน้า
เหลยจื่อเยว่ปวดใจสงสาร แต่ก็จนปัญญา
ได้แต่แสดงสีหน้าไม่พอใจให้แก่เหล่าผู้คนเบื้องหลังว่า “ในฐานะศิษย์สำนักเสวียนเทียน เมื่อเพื่อนร่วมสำนักถูกรังแกโดยศิษย์ต่างสำนัก พวกเจ้าต้องสามัคคีกันต่อต้านศัตรูภายนอก รักษาเกียรติของสำนักตนเอง”
เหล่าศิษย์สำนักเสวียนเทียนพากันก้มหน้าตอบเสียงเบา “......ขอรับ”
แต่ในใจกลับพากันเบะปาก
แม้เหลยจื่อเยว่จะบอกว่าในช่วงพักจะอธิบายปรากฏการณ์ต่าง ๆ ที่วาสนาปรากฏอย่างละเอียด แต่แท้จริงแล้วตั้งแต่กองกำลังหยุดพักจนถึงตอนนี้ เขาไม่ได้ปลอบโยนซูหมิงเยว่ ก็ไม่ก็กำกับศิษย์ที่ถนัดคาถาธาตุน้ำแข็งให้ทำน้ำแข็งมาประคบข้อเท้าให้ซูหมิงเยว่
แทบไม่ได้พูดถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับวาสนาแห่งแดนลับเขาเทวาเลยสักนิด
ตอนนี้ถูกเซียวเฟิงหลานเหน็บแนมเข้าให้ ศิษย์น้องเล็กผู้งามสง่าและได้รับการประคบประหงมอย่างซูหมิงเยว่ ถึงกับยอมเดินเสียอย่างนั้น!
อย่าว่าแต่สามัคคีต่อต้านศัตรูภายนอกเพื่อรักษาเกียรติของสำนักเลย พวกแทบจะขอบคุณเซียวเฟิงหลานไม่ทัน ในใจกระทั่งอยากมัดเซียวเฟิงหลานล่ามไว้ข้างหน้าขบวน ร้องขอให้นางพูดอีกสักสองสามประโยค ให้ซูหมิงเยว่รีบวิ่งขึ้นมาเสียด้วยซ้ำ!
จะมีทางเกิดความคิดคับข้องใจใด ๆ ต่อนางได้อย่างไร?
ภายใต้การประคับประคองและปลอบโยนของเหลยจื่อเยว่ เหล่าศิษย์สำนักเสวียนเทียนก็เคลื่อนขบวนฮึกเหิมมุ่งหน้าต่อไปอีกประมาณสี่ลี้
