เจาชิงมองหลิวหรูเหม่ยด้วยสีหน้าอ่อนโยน “เมื่อเป็นเช่นนี้ เลือกวันดีสู้ลงมือเดี๋ยวนี้ไม่ได้ เจ้าเขียนแล้วส่งเสียตอนนี้เลยเถิด”
พูดจบ เขาหันไปขอสาส์นประกาศใต้หล้าจากเหิงหยางจื่อ “ท่านอาจารย์ ท่านช่วยมอบสาส์นประกาศใต้หล้าให้หรูเหม่ยสักฉบับได้หรือไม่?”
สาส์นประกาศใต้หล้าเป็นสิ่งที่หลอมขึ้นได้ยากและมีราคาแพงทีเดียว
ทั้งสำนักก็มีเพียงเจ้าสำนักและผู้อาวุโสแกนหลักไม่กี่ท่านที่ถือครองไว้ได้ไม่กี่ฉบับ
ทว่าเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของสำนักตน หลีกเลี่ยงปัญหาคาราคาซัง การให้หลิวหรูเหม่ยเขียนและส่งออกไป ณ ที่นั้นนับว่าเหมาะสมกว่า
เช่นนี้ ต่อให้นางกลับสำนักไปแล้ว คนจากหุบเขาโอสถสวรรค์คิดจะออกหน้าช่วยเหลือนางและสาดโคลนกลับมาให้สำนักเสวียนเทียนก็ไม่ทันการณ์
คิดได้ดังนั้น เหิงหยางจื่อก็พยักหน้า
ไม่นาน จดหมายสารที่เปล่งประกายแสงดาวแพรวพราวก็ตกลงในมือของหลิวหรูเหม่ย
“คุณหนู ท่านเขียนไม่ได้นะเจ้าคะ… หากท่านเขียน แล้วภายหน้าจะแต่งออกเรือนได้อย่างไร?”
เสี่ยวเหมยอยากจะพุ่งเข้าไปฉีกสาส์นนั้นทิ้งเสีย ไม่ให้คุณหนูของตนเขียน
ทว่าทั่วห้องโถงมีแต่ผู้ฝึกขั้นตันก่อกำเนิดและขั้นแยกจิต นางเป็นเพียงสาวใช้ตัวน้อยขั้นแก่นทอง ถูกแรงกดดันกดทับจนแม้แต่ลมหายใจยังยากเย็น
หลิวหรูเหม่ยได้ยินคำนี้ นิ้วมือก็อดสั่นขึ้นเล็กน้อย อารมณ์นับหมื่นพันถาโถมเข้าในอก บีบรัดจนใจนางเหน็บหนาว
“แต่งเรือน…? หากน้ำใจบุรุษบนโลกนี้ล้วนเป็นเช่นนี้ เช่นนั้นข้าไม่แต่งก็จะเป็นไรไป?”
หลิวหรูเหม่ยกล่าวคำนี้พลางใช้แววตาเย็นเยียบมองเจาชิงอย่างเย้ยหยัน
ความผูกพันเกือบแปดปี ยังตกต่ำถึงเพียงนี้ นางจักหวังหรือปรารถนาเรื่องคู่ครองได้อีกอย่างไร?
เจาชิงถูกหลิวหรูเหม่ยมองด้วยสายตาเช่นนั้น ในใจก็เกิดความรู้สึกยากบรรยายขึ้นมาอย่างประหลาด
