สุริยาทองคล้อยต่ำลงทางทิศตะวันตก
การปราศรัยต้อนรับศิษย์ใหม่ของเหล่าผู้อาวุโสสิ้นสุดลงในที่สุด
ลั่วหวนเจินลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นที่ก้น แล้วผูกธงน้อยกลับเข้ากับจุกผมดังเดิม
เดิมทีนางคิดว่าท่านอาจารย์ในฐานะเจ้าสำนักจะมากล่าวปราศรัยด้วย แต่สุดท้ายก็ไม่มา
เด็กอ้วนที่ดูอายุมากกว่านางราวหนึ่งปี แต่งกายคล้ายลูกหลานตระกูลใหญ่ เบียดเข้ามาใกล้ เด็กอ้วนเพิ่งได้พลอยอาศัยไอเย็นจากนางตลอดครึ่งค่อนวัน ทำตัวสนิทสนมราวกับรู้จักกันมานาน เขาทำสีหน้าจริงจังพลางแบ่งปันข้อมูลว่า “มีมิติลับระดับสูงเปิดออก ท่านเจ้าสำนักเหิงหยางจื่อนำศิษย์ขั้นตันก่อกำเนิดขึ้นไปสามคนไปสำรวจแล้ว ฉะนั้นวันนี้จึงไม่มา”
ลั่วหวนเจินผิดหวังเล็กน้อย
นางไม่ได้พบท่านอาจารย์มาเนิ่นนานแล้ว
แต่ก็รีบปลอบใจตนเองว่าหนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล ในเมื่อเข้านิกายแล้ว ภายหน้าย่อมมีโอกาสได้พบปะท่านอาจารย์และเหล่าศิษย์พี่
รอให้ท่านอาจารย์กลับมา นางจะต้องเป็นคนแรกที่พุ่งเข้าไปโอบขาท่านอาจารย์ให้ได้!
ลงทะเบียนชื่อเสร็จแล้ว ลั่วหวนเจินโอบชุดศิษย์นอกไว้ในอ้อมอก แล้วเดินตามกลุ่มศิษย์ใหม่กลับไปยังเรือนเล็กของศิษย์นอก
เรือนเล็กของศิษย์นอกเป็นเรือนไม้หลังเล็กเรียงราย เป็นห้องเดี่ยว
ข้าวของในเรือนเรียบง่ายยิ่งนัก เตียงหนึ่งหลัง ม้านั่งหนึ่งตัว โต๊ะไม้เล็กหนึ่งตัว
ทว่าแต่ก่อนลั่วหวนเจินอยู่ในธงอสูร ฟ้าเป็นผ้าห่มดินเป็นเสื่อ กระทั่งยามนอนยังต้องลืมตาข้างหนึ่งคอยระวังสัตว์มารลอบโจมตี ฉะนั้นนางจึงรู้สึกว่าเรือนไม้เล็กเช่นนี้ก็นับว่าไม่เลวเลยทีเดียว
อย่างน้อยก็มีหลังคา!
มีเตียง!
ไม่ต้องลืมตาข้างหนึ่งหลับตาข้างหนึ่งนอนอีกแล้ว!
นางถอดเสื้อผ้าขาดวิ่นทิ้ง เปลี่ยนเป็นชุดศิษย์นอก จากนั้นเริ่มเก็บกวาดเตียงนอน สะบัดผ้าห่มออก เอาตัวม้วนเข้าไปในผ้าห่มกลิ้งไปหนึ่งรอบ
นุ่มจริง!
นุ่มกว่าพื้นดินในถ้ำหมื่นมารมากนัก!
นางกำลังกลิ้งตัวอย่างสบายใจ ก็ได้ยินเสียงประตูไม้ถูกใครบางคนเตะกระเด็นดัง ‘ผัวะ’ เข้ามาจากด้านนอก——
ประตูไม้กระแทกผนังเกิดเสียงดังสนั่น เรือนไม้เล็กทั้งหลังสะเทือนสะท้าน
ลั่วหวนเจินโผล่ศีรษะออกมาจากผ้าห่ม
