ทางด้านจวนโหว สองพี่น้องสกุลซูยังคงยินดีปรีดากับชีพจรแห่งการมีบุตร
ทั้งสองสนทนากันจนดึกดื่น ซูจิ่นหานยืนกรานให้พี่สาวพักค้างแรมหนึ่งคืน กว่าจะยอมปล่อยนางจากไป
รุ่งเช้าวันถัดมา ซูจิ่นอิงก้าวเข้าสู่เรือนอุ่นน้อย มองดูเสี่ยวซุยอันที่ยังหลับสนิท ก็อดถอนหายใจมิได้ “กิจการทางบ้านยุ่งเหลือเกิน หาไม่แล้วท่านอาก็อยากพักอยู่สักสองสามวัน อยู่เป็นเพื่อนเจ้าหนูน้อยน่ารักคนนี้ให้มากกว่านี้”
บัดนี้ ซูจิ่นหานเดินเข้ามาเอ่ยว่า “พี่สาว ข้ารู้ว่าพี่เข้มแข็ง แต่ครั้งนี้ไม่ว่าอย่างไร พี่ต้องถือเอาสุขภาพเป็นสำคัญ กลับไปแล้วอย่าตรากตรำเกินไปนะ”
ทั้งสองจูงมือกันออกจากเรือนอุ่นน้อย ซูจิ่นอิงยิ้มพลางผงกศีรษะ “วางใจเถิด ครรภ์นี้ได้มายากยิ่งนัก แถมยังได้ความช่วยเหลือจากซุยอัน ข้าจะถนอมรักษายิ่ง ปกป้องมันยิ่ง มิให้ผิดหวังต่อเสี่ยวซุยอัน”
โชคดีที่เวลานี้ สกุลซูไม่ต้องให้นางนำกองคาราวานค้าขายด้วยตนเองแล้ว จึงไม่ลำบากกายจนเกินไป
“จริงสิ น้องสาว” กล่าวพลาง ซูจิ่นอิงก็นึกอะไรขึ้นมาได้ “ครั้งนี้ต้องขอบคุณวัดผู่อันมาก พิธีกรรมทำแล้วศักดิ์สิทธิ์นัก หากเจ้ามีเวลา ก็ช่วยข้าไปที่นั่น ถวายเครื่องสักการะบ้าง ถือเสียว่าเป็นการขอบคุณท่านอาจารย์”
ซูจิ่นหานพยักหน้ารับคำ “ได้ ข้าจะช่วยพี่สาวไปจัดการ พอดีข้าก็อยาก…”
นางหยุดชะงัก ราวกับถูกอะไรบางอย่างติดค้าง น้ำเสียงทุ้มต่ำลงหลายส่วน
