หวังจือหลี่ตบมือฉาด ใบหน้าเต็มไปด้วยความโอหัง “วางใจเถอะ ข้าไม่มีทางเสียใจแน่!”
“แต่ว่าถ้าทำไม่สำเร็จ หานหรงเหอก็ต้องคุกเข่าให้ข้า เซียงจวินเห็นเป็นอย่างไร!” หวังจือหลี่กอดอกท้าทาย
เสี่ยวซุยอันพยักหน้าน้อย ๆ โบกมือเล็ก ๆ
“ตกลง เช่นนี้ก็ตามนี้!”
“พวกเจ้า ไปเอากระดาษพู่กันกับหมึกมา อีกทั้งนำลำนำศาลาริมธาราที่เขียนเสร็จแล้วมาหนึ่งม้วน”
เหล่าคุณชายลูกผู้ดีหัวเราะชอบใจ วิ่งไปเอาอย่างกระตือรือร้น รอคอยดูเรื่องน่าขัน
ยามนี้ ศิษย์สำนักศึกษาย่าเจิ้งได้ยินความเคลื่อนไหว ต่างก็ออกมาจากสำนัก แห่ล้อมเข้ามาทีละคน ๆ
ครั้นกระดาษพู่กันเตรียมพร้อมแล้ว
เสี่ยวซุยอันมองไปทางหานหรงเหอ ชี้ไปที่เต่าในอ้อมแขนเขา ดวงตากะพริบปริบอย่างเจ้าเล่ห์ “พี่ชายเล็ก รีบวางเต่าน้อยลงบนกระดาษเถิด ถึงเวลาที่มันต้องสำแดงฝีมือแล้ว”
หานหรงเหอคาดเดาไม่ออกว่าเด็กน้อยตรงหน้าคิดจะทำสิ่งใดกันแน่
แววตาของเขาสั่นไหว แม้จะลังเล แต่ก็ยังทำตาม
เสี่ยวซุยอันยอง ๆ อยู่ข้างเต่าน้อย เอามือเล็กปิดปาก ชี้ไปยังลำนำศาลาริมธาราที่เขียนเสร็จแล้วม้วนนั้น กระซิบกระซาบอะไรบางอย่าง
หวังจือหลี่ก้าวเท้าข้างหนึ่งเหยียบเก้าอี้ ร้องจึ๊กจึ๊กสองที พร้อมด้วยคุณชายตระกูลใหญ่อีกหลายคน มองดูทุกอย่างด้วยท่าทีเย้ยหยัน
น่าขันนัก ยังหวังจะสั่งให้เต่าเขียนอักษรอีกหรือ?
เซียงจวินน้อยผู้นี้รอหลั่งน้ำตาอย่างเดียวเถิด!
แต่ในเวลานี้เอง เปลือกตาของเต่าน้อยขยับขึ้น ราวกับฟังเข้าใจอะไรบางอย่าง