ยามนี้ หน้าโรงเตี๊ยมสุริยันจันทรา
เหล่าขุนนางล้วนรอคอยอย่างร้อนใจ
ในที่สุด ณ สุดสายตา เสิ่นรั่วเยวียนขี่ม้าศึกสูงสง่า ที่เอวประดับกระบี่เลิศหรู ดูสง่าผ่าเผยกำลังเร่งรุดมา
เสี่ยวซุยอันตาเป็นประกาย ก้าวขาสั้น ๆ วิ่งเข้าไปหา “ท่านพ่อ ในไร่นาเป็นอย่างไรบ้าง ตัวแมลงพวกนั้นหายไปหมดแล้วหรือไม่”
เสิ่นรั่วเยวียนกระโดดลงจากหลังม้า ก้มลงอุ้มเด็กน้อยขึ้นมา ราวกับกอดสมบัติล้ำค่าที่สุดในโลกใบนี้
“วางใจเถิด ตั๊กแตนถูกทำลายจนสิ้นแล้ว ตอนนี้ราษฎรต่างซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของฮ่องเต้!” เสิ่นรั่วเยวียนอยากจะหอมแก้มเจ้าหนูเหลือเกิน เงยหน้ามองฮ่องเต้อย่างยินดี
คำพูดนี้ราวกับยาวิเศษ ทำให้กู้เยี่ยนซานรู้สึกผ่อนคลาย จิตใจสงบลงอย่างสิ้นเชิง
เขาก้าวเข้าไป ตบบ่าเสิ่นรั่วเยวียนอย่างแรง
“ครั้งนี้ก็เป็นซุยอันอีกแล้วที่ช่วยแก้ไขสถานการณ์คับขันให้เจิ้น”
“และเจ้าเอง ไม่ว่ายามที่เกิดเรื่องอันใด ก็คิดจะช่วยเจิ้นจัดการอย่างสุดความสามารถเสมอ” กู้เยี่ยนซานแววตาเป็นประกายเจิดจ้า อารมณ์อันเข้มข้นแฝงอยู่ภายในโดยไม่ต้องเอ่ยวาจา
อย่างไรก็ตาม เสิ่นรั่วเยวียนไม่คิดจะแย่งความชอบของบุตรสาว
เขาคำนับถวายบังคมเสร็จ ก็พลันมีสีหน้ากระตือรือร้น เล่าว่าตั๊กแตนสลายหายไปในพริบตาได้อย่างไร และภาพเหตุการณ์นั้นน่าตื่นตะลึงเพียงใด
ก้อนแป้งน้อยเชยหน้าอวบอูมแนบชิดอกพ่อ ฟังอย่างภาคภูมิใจ
ครั้นฟังจบ ขุนนางผู้สวมหมวกทรงสูงที่อยู่ด้านหลัง ต่างอ้าปากค้าง ราวกับสีหน้าจะปริแตก