อาจเป็นเพราะพวกเธอออกจากบ้านแต่เช้าแล้วกลับมาตอนเที่ยง เวลาจึงคลาดกันพอดี
หรือไม่ก็เพราะช่วงนี้คนในตระกูลกำลังยุ่งกับการพาทีมออกไปเก็บเกี่ยว จนไม่มีเวลาจัดการเรื่องของตัวเอง เลยไม่มีเวลามาวุ่นวาย
สรุปก็คือ เมื่อไม่มีคนชวนปวดหัวพวกนั้นมารบกวนถึงบ้าน ครอบครัวสามคนของเจียงหนิงอานก็ใช้ชีวิตกันอย่างสบายใจและเต็มอิ่ม
ยอดเงินในบัญชีของเจียงหนิงอานเพิ่มขึ้นทุกวัน ส่วนร่างกายก็แข็งแรงขึ้นจนเห็นได้ด้วยตาเปล่า
ทุกวันพวกเธอออกเดินทางตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง กลับมาตอนเที่ยงแดดเปรี้ยง แล้วล้มตัวนอนชดเชยการพักผ่อน รอจนแม่เจียงทำอาหารเสร็จค่อยถูกเรียกให้ลุกมากิน ชีวิตเป็นกิจวัตรเหมือนเครื่องจักรที่ไขลานไว้ ถึงจะเหนื่อย แต่ก็รู้สึกมั่นคง
แต่—
วันนี้มีอะไรบางอย่างไม่เหมือนเดิม
เจียงหนิงอานนอนจนตื่นเองตามธรรมชาติได้เสียอย่างนั้น!
เอาเข้าจริงต้องบอกว่าเป็นเพราะท้องไม่รักดีส่งเสียงร้องสองครั้ง ลากเธอออกมาจากความฝันอย่างไม่ปรานี
เธอกลิ้งไปมาบนเตียงหลายรอบ เหยียดแขนขา ปล่อยสมองให้ว่างเปล่า รอจนร่างกายกับสติเปลี่ยนจาก “โหมดพักเครื่อง” เป็น “โหมดเปิดเครื่อง” ได้ในที่สุด ถึงค่อย ๆ ลุกขึ้นแล้วใส่รองเท้าแตะลงไปข้างล่าง
“แม่คะ~ ทำไมยังไม่ตั้งโต๊ะกินข้าวอีก” เธอร้องเรียกพลางเดินลงบันได น้ำเสียงยืดยานเจือความงัวเงียหลังตื่นนอนกับการออดอ้อนอย่างเป็นธรรมชาติ
