หลังจากลุงใหญ่มาที่บ้าน ครอบครัวของเจียงหนิงอานก็ได้ใช้ชีวิตสงบสุขต่ออีกสองวัน
สองแม่ลูกต่างรู้อยู่แก่ใจ จึงไม่ได้เล่าเรื่องที่ลุงใหญ่มาหาให้เจียงมู่เฟิงฟัง
เจียงหนิงอานกับแม่ไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่ตอนขุดถั่วงอกก็ออกแรงมากขึ้นกว่าเดิม
ทุกวันพวกเธอออกจากบ้านตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ก้ม ๆ เงย ๆ ทำงานอยู่ในโซนเก็บเกี่ยวหมายเลขสามจนถึงบ่าย เจียงหนิงอานเหนื่อยจนกลับมาอาบน้ำเสร็จก็ล้มตัวลงนอนทันที
เธอไม่บ่นว่าลำบาก ไม่บ่นว่าเหนื่อย ชีวิตตึงเครียดราวกับสายธนูที่ขึงจนตึง ไม่มีใครกล้าผ่อนลมหายใจ
แต่...
ความสงบภายนอกนี้กลับอยู่ไม่ถึงวันที่พวกเธอจะเปิดอกคุยกับเจียงมู่เฟิง เพราะเจียงมู่เฟิงไปหาลุงใหญ่เสียก่อน!
กว่าที่เจียงหนิงอานกับแม่จะรู้เรื่อง พี่ชายของเธอก็หมดสติอยู่ที่บ้านลุงใหญ่เพราะพลังจิตไม่เสถียรและยีนปั่นป่วน จนถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาลทันที
ทางโรงพยาบาลโทรมาแจ้งให้พวกเธอไปจ่ายเงินและจัดการเอกสาร
ตอนมาถึงโรงพยาบาล เจียงมู่เฟิงก็นอนอยู่ในแคปซูลฟื้นฟูแล้ว ใบหน้าซีดเผือด คิ้วขมวดแน่น แม้หมดสติไปแล้วก็ยังมีโทสะที่กดไม่อยู่
เจียงหนิงอานไปกรอกเอกสารที่ช่องชำระเงิน จ่ายเงินให้เรียบร้อย พอหันตัวจะเดินจากไป ก็ถูกใครคนหนึ่งคว้าแขนไว้
“อานอาน”
เธอหันกลับไป เห็นใบหน้าที่คุ้นอยู่บ้างแต่ก็ไม่ถึงกับสนิท
เขาเป็นลูกชายคนโตของลุงสอง บ้านปู่ห้าในตระกูลเจียง ชื่อเจียงเจี้ยนเฉียง
ถ้านับตามอายุ เธอควรเรียกเขาว่าพี่ แต่ปกติแทบไม่ได้ติดต่อกัน รู้เพียงว่าเขาทำงานอยู่ที่โรงพยาบาล เป็นคนที่ตระกูลวางไว้ให้เป็นสายสัมพันธ์ในแวดวงการแพทย์
“โรงพยาบาลเพิ่งเติมสินค้าเข้ามา มีล็อตยาฟื้นฟูยีนระดับสาม...”
