ถึงเวลาเข้านอน หลิงเหอเห็นของที่วางอยู่บนเตียงก็ยังไม่ทันรู้สึกอะไร จนกระทั่งโจวเหยียนชิงใช้นิ้วหยอกล้อเล่นกับของในมือ เส้นโค้งที่คุ้นตาทำให้หลิงเหอเบิกตากว้าง ความทรงจำเกี่ยวกับประโยชน์ของเจ้าสิ่งนั้นพลันผุดขึ้นมาในหัวทันที
“ยังจำได้ไหม เบบี๋”
“ฉันบอกแล้วไงว่ากลับมาแล้วจะสอนใช้” เขาพูด
หลิงเหอรู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมาทันที
ตอนคว้ามือจับประตูเพื่อจะหนี เธอก็พบว่าไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ประตูก็ถูกล็อกแล้ว เอวถูกอีกฝ่ายคว้าไว้ ก่อนจะโยนเธอกลับขึ้นไปบนเตียง
ทันทีที่เริ่มลงมือ หลิงเหอกัดริมฝีปากแน่น ไม่ส่งเสียงออกมา ใบหน้าแดงก่ำจนเอาไปต้มไข่ได้ รู้สึกอับอายจนแทบอยากมุดดินหนี
แต่ไม่นานนัก เธอก็ไม่มีแก่ใจจะคิดอะไรอีกแล้ว
ลีลาบนเตียงของโจวเหยียนชิงก็เหมือนกับตัวเขาเอง ตอนแรกพบเห็นว่าเขาสุภาพอ่อนโยน แต่พอได้ใกล้ชิดถึงได้รู้ว่าทั้งหมดนั่นเป็นเรื่องเหลวไหลทั้งเพ
ความปรารถนาครอบครองและความชอบทรมานที่ฝังลึกในกระดูกของเขา ไม่ได้ด้อยไปกว่าฮั่วเจิงสักเท่าไร
หลิงเหอหดตัวงอ คว้าผ้าปูเตียงไว้แน่น ทั้งดึงผ้าปูทั้งร้องครวญคราง พอเธอเผลอขยับตัวขึ้น ก็ถูกดึงกลับลงมาทันที
“คว่ำหน้าอยู่นิ่ง ๆ”
หลิงเหอร้องไห้ออกมาทันที บอกว่าเธอเรียนรู้แล้ว ไม่ต้องให้เขาสอนอีก
โจวเหยียนชิงไม่สนใจ เขาเปลี่ยนไปใช้อีกชิ้น
หลิงเหอเกิดมาผิวพรรณบอบบาง ทั้งยังเร่าร้อนเกินไป
ยังไม่ทันได้ทำอะไร เธอก็ส่งเสียงครวญครางไม่หยุดแล้ว
เขาก็แค่ทำไปเพื่อให้เธอต้องเจ็บน้อยลงเท่านั้นเอง
หลังจากเสร็จแล้ว หลิงเหอก็ถูกอุ้มไปอาบน้ำ
หลิงเหอไม่พูดอะไร ก้มหน้าค่อย ๆ ใช้มือนวดเอวตัวเองอย่างระมัดระวัง ก่อนจะเห็นแผ่นหลังของตัวเองในกระจกบานใหญ่ของห้องน้ำ
