หลิงเหอกดโทรไปตามหมายเลขที่ซีเยว่ให้มา พอได้ยินเสียงคุ้นหูอย่างประหลาด เธอก็ชะงักไปครู่หนึ่ง
อีกฝ่ายเหมือนเพิ่งจัดการเรื่องยุ่งยากบางอย่างเสร็จ น้ำเสียงฟังดูเหนื่อยล้า
“ใคร”
“ฮัลโหล ฮั่วเจิง”
น้ำเสียงหวานเลี่ยนราวกับอมลูกอมของเด็กสาวทำให้ฮั่วเจิงชะงักไปอย่างอดไม่ได้
“เห็นรูปที่ส่งให้หรือยัง”
หลิงเหอพูดด้วยน้ำเสียงร้ายกาจ
“……”
ปลายสายไม่พูดอะไรสักคำ แต่เสียงหายใจกลับหนักขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ผ่านไปนานจนหลิงเหอคิดว่าอีกฝ่ายคงวางสายไปแล้ว จู่ ๆ ปลายสายก็ถามขึ้นว่า
“คุณเป็นใคร”
“……”
“จิ๊ กล้าพูดแบบนี้ได้ยังไง”
หลิงเหอหัวเราะเบา ๆ “ไม่กลัวฉันเอาไปโพสต์ลงเน็ตหรือไง”
ชายหนุ่มเงียบ มีเพียงเสียงหายใจ
“……คุณต้องการอะไร”
หลิงเหอค่อย ๆ เรียนรู้เทคนิคการเจรจามาบ้างจากการอยู่กับซีเยว่ พอเห็นปฏิกิริยาของอีกฝ่าย เธอก็เอนตัวอยู่บนเตียงในห้องนอนใหญ่ พลางจัดผมของตัวเอง ในใจก็เริ่มประเมินสถานการณ์
ไอ้โง่ ภายนอกทำเป็นสงบ แต่ก็ไม่กล้าวางสายอยู่ดี
กล้าตบอกพูดหรือเปล่าว่าไม่กลัวรูปหลุดลงเน็ต
เธอแอบกระหยิ่มใจ
ต่อให้คนปลายสายรู้ว่าเธอเป็นใครแล้วจะทำไม ต่อให้เขาเป็นประธานนักเรียนที่มีอิทธิพลในมหาวิทยาลัยแล้วจะทำไม อีกไม่นานตำแหน่งนี้ก็จะตกเป็นของซีเยว่แล้ว พอถึงครึ่งปีหลังก็ออกไปฝึกงาน ไม่ได้อยู่ในมหาวิทยาลัยแล้ว
