“อะไรนะ ซูหยาติดหนี้เฉินเป่ยจริง ๆ เหรอ!”
“ผู้ชายขี้เหนียว แค่แปดร้อยหยวนก็ยังกล้าทวงคืน ผู้ชายงก ๆ แบบนี้ต้องรีบเลี่ยงให้ไกล!”
“พูดตามตรง ถึงเฉินเป่ยจะทำตัวน่าผิดหวังไปหน่อย แต่เป็นหนี้ก็ต้องใช้หนี้ เป็นเรื่องสมเหตุสมผลอยู่แล้ว!”
ชั่วขณะนั้น
เพื่อนร่วมชั้นในห้องต่างชี้ไม้ชี้มือและซุบซิบกัน
บางคนเข้าข้างซูหยา คิดว่าเฉินเป่ยขี้เหนียว แต่บางคนก็คิดว่าเฉินเป่ยแค่ทวงเงินของตัวเองคืน ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไร
ซูหยาหน้าแดง รู้สึกทั้งอับอายทั้งโมโห
เฉินเป่ยถึงกับมาจู้จี้กับเธอเพราะเงินแค่แปดร้อยหยวน ช่างน่าผิดหวังจริง ๆ
นับจากวันนี้ เธอจะเขี่ยเฉินเป่ยออกจากบ่อปลาให้พ้น ๆ
นายไม่มีสิทธิ์มาจีบฉันอีกแล้ว!
“ได้ ใช้หนี้ก็ใช้หนี้!”
“เฉินเป่ย นี่นายเป็นคนเลือกเองนะ ต่อไปอย่าหวังว่าฉันจะสนใจนายอีก!”
“งั้นก็ดีเลย ถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดีสองต่อ!”
“คืนเงินมาสิ!”
เฉินเป่ยยื่นมือขอเงิน
“เงินค่าครองชีพเดือนนี้ฉันใช้หมดแล้ว รอเดือนหน้าเงินเข้าก่อน เดี๋ยวฉันโอนให้นายเอง นายคงไม่รีบขนาดนั้นใช่ไหม?”
“เก่งมาก เสื้อผ้าแบรนด์เนมที่เธอใส่อยู่รวมกันตั้งหลายหมื่นหยวน แต่คืนเงินแค่แปดร้อยหยวนยังต้องให้ฉันรอตั้งหลายวัน!”
“ซูหยา เธอคงไม่ได้คิดจะเบี้ยวหนี้หรอกนะ?”
เฉินเป่ยพูดกดดันเธอไม่หยุด
เขาแค่อยากตัดความสัมพันธ์กับซูหยาให้ชัดเจนโดยเร็ว ไม่อยากยืดเยื้อกับเธออีก
พอได้เงินคืนก็จะบล็อกแล้วลบทิ้งทันที
“เฉินเป่ย อย่าทำเกินไปนักเลย รังแกผู้หญิงแบบนี้มันเก่งตรงไหน?”
