เหอซีที่ย่อตัวอยู่บนยอดเขาฝั่งตรงข้ามยังคงรู้สึกหวาดผวาไม่หาย
ดีที่หนีได้เร็ว
ไม่สิ บ้านเฉินจี้มีผู้เชี่ยวชาญอยู่ด้วย ทำไมไม่บอกเธอล่วงหน้าเลยล่ะ!
เกือบถูกคุณยายคนนั้นจับได้แล้ว!
เรื่องนี้ทำให้เธอได้บทเรียน
ไม่ใช่แค่สถานที่อย่างวัดหรืออารามเต๋าเท่านั้นที่อันตราย อย่างที่เขาว่ากัน ยอดฝีมืออยู่ในหมู่ชาวบ้าน!
เมื่อมีคุณยายคนนั้นอยู่ เหอซีคงไม่กล้าเข้าใกล้ไปอีกพักใหญ่
ยังดีที่ทิวทัศน์บ้านเกิดของเฉินจี้พอใช้ได้ ภูเขาเขียวขจี สายน้ำใสสะอาด ระหว่างทางมาที่นี่เหอซียังเห็นรีสอร์ตตากอากาศขนาดใหญ่แห่งหนึ่งด้วย
ไหน ๆ ก็ไม่มีอะไรทำ เหอซีเลยคิดจะเดินเล่นไปเรื่อยเปื่อย
“ขอโทษนะ... เธอแซ่เหอหรือเปล่า?” เสียงผู้หญิงที่ฟังดูขลาดเขลาลอยเข้าหูเหอซี
“เอ๊ะ?” เหอซีเอียงคอหาต้นเสียง
ผีหญิงวัยกลางคนหน้ากลมโผล่หน้าออกมาจากหลังต้นไม้ สีหน้าอ่อนโยนมีเมตตา “ชื่อเหอซีใช่ไหม?”
เหอซีไม่ได้ตอบ เธอมองอีกฝ่ายอย่างระแวดระวัง
กลัวว่าจะเป็นสายของท่านผีคนนั้นอีก
แต่ผีหญิงตนนี้ไม่มีไอแค้นติดตัว เห็นได้ด้วยตาเปล่าว่าเป็นผีใจดี
“ฉันเฟิงเหม่ยซานนะ”
“...ใครนะ? ไม่รู้จัก”
“โรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดแห่งอำเภอหยวน” เฟิงเหม่ยซานบอกสถานที่
เหอซีหรี่ตา แต่ยังคงระวังตัว “แล้วไงต่อ?”
“ฉันอยู่ห้องสี่”
“อืม...” เหอซีอยากพูดอะไรบางอย่างแต่ก็หยุดไว้ เธอรู้สึกเหมือนจะพอจำได้อยู่บ้าง
“เราไม่ค่อยได้คุยกัน แต่ฉันจำได้แม่นเลยว่าครั้งหนึ่งเธอช่วยฉันไว้ตอนอยู่นอกโรงเรียน” เฟิงเหม่ยซานพูดต่อ
เหอซีถาม “เหรอ? ขอฉันนึกก่อน...”
เฟิงเหม่ยซานยืนอยู่ข้างต้นไม้ รอให้เหอซีนึกออก
“เล่าให้ละเอียดกว่านี้หน่อยสิ ฉันจำไม่ได้จริง ๆ” เหอซีว่า
“พวกนักเลงในโรงเรียนดักฉันไว้ในตรอกหลังเลิกเรียน พวกนั้นจะเอาเงินไปเล่นเกมที่ร้านเกม เธอเดินผ่านมาพอดีเลยดึงฉันออกมา” เฟิงเหม่ยซานเล่า
เหอซีถาม “ทำไมเธอจำได้ละเอียดขนาดนั้น? ดูจากที่เธอตายมาสักพักแล้วนี่”
