ตอนนี้คงต้องโทษนิสัยประหลาด ๆ ที่ชอบคิดมากของตัวเอง
เธอคิดว่าตัวเองพิสูจน์ความสามารถให้คุณเว่ยเห็นแล้ว แถมยังได้ระบายความอัดอั้นที่เขาดูถูกเธอและอยากให้เธอเป็นผู้หญิงของเขา
จากนั้นก็ปฏิเสธงานที่เขาเสนอให้ แล้วสะบัดมือจากไปอย่างสง่างาม
ทำตัวเหมือนนางเอกในละคร ใช้การไม่เอาอะไรเลยมาพิสูจน์ว่าตัวเองหยิ่งในศักดิ์ศรี บื้อชะมัด!
แล้วตอนนี้เป็นไงล่ะ! ต้องลำบากอยู่ต่างบ้านต่างเมืองคนเดียว!
กลางวันทำงานเสิร์ฟอาหารในร้านอาหาร พอกลับบ้านตอนกลางคืนก็ยังต้องคอยระวังคนไม่ดี
ทุกครั้งที่เดินกลับบ้านตอนกลางคืน เธอต้องระแวดระวังตัวอย่างเต็มที่
แต่คืนนี้ก็ยังเจอเรื่องที่ไม่อยากเจอ โชคดีที่วิ่งหนีทันเลยรอดมาได้
แต่ใครจะรับประกันได้ว่าครั้งหน้าเธอจะหนีรอดอีกล่ะ?
หวังม่านหนีซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม ขดอยู่บนเตียงแล้วสะอื้นเบา ๆ ความเสียใจในใจยิ่งเพิ่มพูนขึ้นเรื่อย ๆ
อดไม่ได้ที่จะเกลียดตัวเอง ทำตัวหยิ่งทะนงแบบนั้นไปเพื่ออะไร?
โอกาสทุกอย่างถูกเธอปัดทิ้งไปด้วยมือตัวเอง เธอทำงานอยู่เซี่ยงไฮ้มาตั้งหลายปี
ทั้งที่คิดว่าตัวเองสวยและฉลาด แต่ตลอด 8 ปีในเซี่ยงไฮ้กลับเก็บเงินได้แค่ 100,000 หยวน ไม่รู้จะภูมิใจอะไรนักหนา?
เธอคงเป็นตัวอย่างชัด ๆ ของคนที่มีไพ่ดีอยู่ในมือ แต่กลับเล่นจนพังยับเยินสินะ?
หวังม่านหนีทบทวนตัวเองอย่างจริงจังอยู่ในใจ คนเราต้องผ่านความลำบากในการหาเลี้ยงชีพและเผชิญกับความหวาดกลัวเสียก่อน ถึงจะกล้ามองใจตัวเองตรง ๆ
ตอนนี้หวังม่านหนีเสียใจจริง ๆ เธอคิดว่าถ้าชีวิตมีโอกาสเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
เธอจะไม่หยิ่งทะนงและคิดมากเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว จะคว้าโอกาสทุกอย่างไว้ให้ได้
นิสัยใจคอและความชอบแบบคนมีรสนิยมเหล่านั้นเป็นแค่ภาพลวงตา สิ่งที่จับต้องได้จริงที่สุดคือเงินที่อยู่ในมือ
ในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง ถ้าเธอมีงานที่รายได้มั่นคง
มีบ้านเป็นของตัวเอง มีรถไว้เดินทางสักคัน แถมยังมีเงินเก็บติดตัวอยู่บ้าง
ต่อให้เจอผู้ชายดี ๆ หรือไม่ ก็ไม่สำคัญ
ถ้าเจอก็เหมือนมีดอกไม้มาแต่งเติมความงาม ถ้าไม่เจอก็ไม่กระทบชีวิตที่มีกินมีใช้ของเธอ
แบบนี้ต่างหากถึงจะเรียกว่าเป็นผู้หญิงที่พึ่งพาตัวเองได้จริง ๆ ไม่ใช่ทั้งที่ไม่มีอะไรเลย แต่กลับวิ่งไล่ตามอิสรภาพและการพึ่งพาตัวเองที่ไม่สมจริง
หวังม่านหนีนอนขดอยู่บนเตียง คิดฟุ้งซ่านไปเรื่อย ความหวาดกลัวจากคืนนี้บวกกับความเหนื่อยล้าที่เกินกำลัง ทำให้เธอเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว
เธอเหมือนกำลังฝันอยู่ ตรงหน้ามีข้อความลอยผ่านเต็มไปหมด
เธอเบิกตากว้างอย่างประหลาดใจ มองตัวอักษรที่เลื่อนผ่านหน้าจอ
“หวังม่านหนีคนนี้พกเงินแค่แสนหยวนก็ไปเรียนต่อต่างประเทศแล้ว ตลกชะมัด
ไม่เคยออกนอกประเทศหรือไง รู้ไหมว่าค่าใช้จ่ายข้างนอกแพงแค่ไหน?”
“ฮึ ๆ! เป็นแค่พนักงานขายเสื้อผ้า พอกลับบ้านเกิด
มีคนแนะนำหัวหน้าจางให้ ยังกล้าดูถูกเขาอีก!
ไม่คิดบ้างหรือไงว่าด้วยคุณสมบัติอย่างเธอ จะมีปัญญาเกาะผู้ชายที่เป็นข้าราชการระดับหัวหน้าได้เหรอ?”
“นั่นสิ เธอเป็นสาวแก่เหลือเลือกอายุ 30 แล้ว ต่อให้หน้าตาพอดูได้แล้วไง?
ผู้หญิงแบบเธอหาได้เป็นพรวนตามร้านคาราโอเกะ ยังกล้าดูถูกหัวหน้าจางอีกเหรอ?”
“ฮ่า ๆ! สาวโสดวัยเกินเกณฑ์ที่คิดว่าตัวเองแน่ ยังเลือกโน่นเลือกนี่ไม่เลิก
ก่อนหน้านี้อาศัยเล่ห์เหลี่ยมเกาะเหลียงเจิ้งเสียนเศรษฐีเข้าให้ เขาก็แค่เล่น ๆ กับเธอเท่านั้น
หัวหน้าจางยอมชายตามองก็บุญหัวคนทั้งบ้านแล้ว ยังจะทำตัวเรื่องมากอยู่ได้ น่าขำจริง ๆ!”
“พี่ชาย นายไม่เข้าใจสินะ นี่แหละตัวอย่างของคนที่คิดว่าโอกาสที่ได้รับเป็นความสามารถของตัวเอง
เชือกฟางที่ใช้มัดปูขนยาว พอได้เกาะปูก็คิดว่าตัวเองมีราคาเท่าปูไปด้วย
เธอเป็นแค่พนักงานขายเสื้อผ้ากับรองเท้าในร้านแบรนด์หรู
ยังคิดว่าตัวเองเป็นของหรูไปด้วย ถึงได้ทำตัวมีราคาสูงแล้วรอให้คนมาซื้อ น่าเสียดายที่เศรษฐีไม่เล่นด้วย ฮ่า ๆ!”
พอเห็นข้อความลอยผ่านตรงหน้ามีแต่คนพูดจาเหน็บแนม เสียดสี และหัวเราะเยาะเธออย่างสะใจ หวังม่านหนีก็โกรธจนแทบควันออกหู
คนพวกนี้เกลียดเธอขนาดนั้นได้ยังไง? ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเธอคบผู้ชายแค่สองคนเอง
ส่วนกับหัวหน้าจางก็แค่ลองคุยกันหลังจากไปดูตัว ทำไมพูดเหมือนเธอทำชั่วร้ายสารพัดอย่าง?
คนพวกนี้มันน่ารังเกียจแค่ไหนกัน ปากเหมือนกินขี้มา กลิ่นเหม็นเน่าจนทนไม่ไหว!
หวังม่านหนีไม่อยากอ่านข้อความน่าขยะแขยงพวกนี้อีกแล้ว เธออยากออกไปจากความฝันร้ายที่ใจร้ายกับตัวเอง
เธอโบกมือปัดข้อความลอยแล้วตะโกนว่า “ไสหัวไป! พวกแกเป็นตัวอะไรถึงมาวิจารณ์ชีวิตคนอื่นได้ ไอ้พวกน่ารังเกียจ!”
เวลานั้นหวังม่านหนีที่นอนอยู่บนเตียงก็สะดุ้งตื่นขึ้นมา เธอลืมตาเห็นแสงสว่างลอดผ่านผ้าม่าน
ฟ้าสว่างจ้าแล้ว แต่ภาพในฝันเมื่อครู่ยังติดตาอยู่
ความโกรธของเธอยังไม่จาง หวังม่านหนีกระชากผ้าห่มออกแล้วตะโกนว่า “ถ้าแน่จริงก็ออกมาพูดต่อหน้าสิ ดูสิว่าฉันจะฉีกปากพวกแกหรือเปล่า!”
แน่นอนว่าไม่มีใครตอบ และตรงหน้าก็ไม่มีข้อความลอยขึ้นมาอีก
หวังม่านหนีนิ่งอึ้งไปหลายนาที ก่อนจะยิ้มขื่นแล้วส่ายหน้า
เมื่อคืนเธอคงเครียดและกลัวเกินไป ถึงได้ฝันประหลาดแบบนี้
ตื่นมาแล้วก็เป็นวันใหม่อีกวัน ต้องไปเรียนตอนกลางวันแล้วทำงานพิเศษตอนกลางคืนต่อไปสินะ
หวังม่านหนีนั่งลงข้างเตียง ก้มลงสวมรองเท้าแตะ เตรียมไปล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำ
จู่ ๆ เธอก็รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง พื้นห้องดูเก่าและเป็นด่างดวง ห้องที่เธอเช่าอยู่กับคนอื่นไม่ได้เป็นแบบนี้นี่นา?
ร่างกายของหวังม่านหนีเกร็งขึ้นทันที ในใจเต็มไปด้วยความกลัว
หรือระหว่างหลับ เธอถูกพวกคนร้ายที่สะกดรอยตามลากออกมาจากห้อง?
ไม่น่าใช่สิ! ประตูเหล็กของอพาร์ตเมนต์แข็งแรงมาก แถมเมื่อคืนหลังจากเธอขึ้นลิฟต์
เธอยังกดปุ่มชั้นอื่นเพิ่มอีกหลายชั้นเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้คนอื่นรู้ว่าเธอพักอยู่ชั้นไหน แล้วทำไมถึงเป็นแบบนี้ได้ล่ะ?!
หวังม่านหนีกลัวจนแทบเสียสติ เธอทรุดลงนั่งบนเตียง ร่างกายสั่นเทาควบคุมไม่ได้ ความกลัวถาโถมเข้าใส่
ตอนนี้เธอทำอะไรไม่ได้เลย ได้แต่กอดหัวตัวเองแล้วรอรับชะตากรรมอย่างสิ้นหวัง
หวังม่านหนีนั่งเหม่ออยู่สิบนาทีเศษ ไม่มีใครมาเคาะประตู และด้านนอกห้องนอนก็ไม่มีเสียงอะไรเลย
ความสิ้นหวังที่ถาโถมดุจคลื่นค่อย ๆ จางหายไป เธอถึงได้เงยหน้าขึ้นสำรวจสภาพห้อง ยิ่งมองก็ยิ่งคุ้นตา
จู่ ๆ เธอก็นึกออกขึ้นมา ที่นี่ไม่ใช่บ้านเก่าที่เธอเช่าอยู่ในตึกแบบสือคู่เหมินใจกลางเมือง ตอนทำงานที่เซี่ยงไฮ้หรอกหรือ?
หวังม่านหนีกระโดดลุกขึ้น แม้แต่รองเท้าแตะก็ยังสวมไม่ทัน เธอวิ่งเท้าเปล่าไปถึงหน้าประตูห้อง
เธอบิดลูกบิดเปิดประตูแล้วเดินออกไป พอเห็นห้องรับแขก
ในที่สุดก็มั่นใจว่านี่คือบ้านที่เธอเคยเช่าอยู่จริง ๆ
เธอรีบเดินเข้าห้องน้ำ มองใบหน้าคุ้นเคยในกระจกเหนืออ่างล้างหน้า
หวังม่านหนีรู้สึกเหลือเชื่อ นี่เธอได้กลับมาเกิดใหม่จริง ๆ เหรอ?
เธอยกมือบีบแก้มตัวเอง สูดปากด้วยความเจ็บ “เจ็บจัง! ที่แท้ฉันกลับมาจริง ๆ!”
หวังม่านหนีดีใจจนแทบเก็บอาการไม่อยู่ เธอรีบกลับไปที่ห้องนอน หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูว่าวันนี้วันที่เท่าไร
พอเปิดปฏิทินดู เธอก็นึกย้อนอยู่ครู่หนึ่ง
ที่แท้เธอกลับมาก่อนวันที่จะได้พบลูกค้าที่มาซื้อเครื่องประดับล็อตใหญ่สองวัน
เพราะงั้นความปรารถนาที่เธอคิดก่อนนอนเมื่อคืน ทั้งความเสียใจสุดขีดและความคิดที่ว่าถ้าได้เริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง
เธอจะไม่ยอมทิ้งโอกาสทุกอย่าง ได้กลายเป็นจริงแล้วใช่ไหม?
“ฮ่า ๆ ๆ!” หวังม่านหนีหัวเราะเสียงดัง คราวนี้เธอจะไม่หยิ่งทะนงและคิดมากอีกแล้ว และจะไม่จงใจไล่ตามความรักที่ใคร ๆ พูดถึงด้วย
เธอจะหาเงิน เอาแต่ตั้งใจหาเงินเท่านั้น!!! เรื่องอื่นหลีกไปให้หมด!!!
ต่อไปไม่ว่าจะเป็นเหลียงเจิ้งเสียนหรือคุณเว่ย ถ้าได้เจอกันอีกครั้ง
หลังจากได้เกี่ยวข้องกับผู้ชายสองคนนั้น เธอจะเอาแค่เงินในกระเป๋าของพวกเขา! จะไม่คิดอยากได้ความรักจากพวกเขาอีก!
เพราะพวกเขาเป็นผู้ชายประเภทที่ไม่มีความรู้สึก รักแต่ตัวเอง และเห็นแก่ประโยชน์ของตัวเองอย่างถึงที่สุดอยู่แล้ว
แล้วเธอจะไปเรียกร้องสิ่งที่ไม่มีวันได้มาทำไม?
แค่ได้เงินจากพวกเขามาก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ? มีเงินแล้วจะต้องกลัวอะไรอีก?