หัวเราะกันอยู่ครู่หนึ่ง พอเจอโหวเลี่ยงผิงกับจงเซี่ยวอ้าย หลินไหฺวหลายก็ไม่อยากพูดอะไรมาก
พยักหน้าทักพวกเขาแล้วก็เดินจากไป
“นี่ หลินไหฺวหลายหมายความว่าไง? เห็นพวกเราก็เดินหนีเลย?” โหวเลี่ยงผิงรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย
เขาเป็นใคร? หนึ่งในสามยอดแห่งฮั่นตงที่โด่งดัง ประธานสภานักศึกษาคนปัจจุบัน แกเป็นแค่คนที่อาศัยอาจารย์เกาชื่นชมถึงได้รู้จักฉัน ไม่เข้ามาประจบก็แล้วไป แต่นี่ยังเดินหนีหน้าใส่อีก บ้านนอกมาก!
จงเซี่ยวอ้ายคิดว่าเป็นเพราะตัวเอง เพราะหลังจากครั้งนั้น พวกเขาแทบไม่ได้คุยกันเลย เธอรู้สึกว่าหลินไหฺวหลายคงจะเลี่ยงเธอ
“ไม่เป็นไร เลี่ยงผิง เราไม่ต้องไปสนใจคนอื่นหรอก ไปดูหนังกันเถอะ ผลงานใหม่ของผู้กำกับจาง ฉันอยากไปดู”
“ได้สิ เซี่ยวอ้าย ฉันไปซื้อตั๋วให้นะ”
……
ผ่านไปหนึ่งเดือนกว่า เรื่องเล่าราชวงศ์หมิงก็ดังระเบิด
ในบ้านพักข้าราชการแห่งหนึ่งในเมืองหลวง ชายชราคนหนึ่งกำลังอ่านหนังสือพิมพ์
“ดี ๆ ประโยคนี้เขียนได้ดี สิ่งที่แก้ได้เรียกว่าข้อบกพร่อง สิ่งที่แก้ไม่ได้เรียกว่าจุดอ่อน
ชี้ถึงแก่นแท้ของมนุษย์ แยกแยะข้อด้อยที่แก้ไขได้ภายหลังกับข้อเสียร้ายแรงที่ฝังรากในนิสัย
ได้ยินว่ายังเป็นนักเรียนเขียน? รู้เรื่องกว่าลูกชายอายุสามสิบกว่าของฉันอีกแน่ะ หึ!”
เลขาที่อยู่ข้าง ๆ รีบตอบว่า: “ใช่ครับท่าน ผม หลิน เป็นนักศึกษาชั้นปีที่สี่สาขาเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮั่นตงครับ”
ส่วนเรื่องอื่น เขาไม่กล้าพูดมาก พูดอะไร? วิจารณ์ลูกชายท่านผู้นำ? คิดว่าผู้นำชอบฟังคนอื่นว่าลูกตัวเองสู้คนอื่นไม่ได้รึไง!
“เรียนเศรษฐศาสตร์? อืม ไม่เลว นี่ประวัติศาสตร์ก็เรียนดีไม่เบาเลยนี่นา!”
อีกฟากหนึ่ง ในบ้านพักกระทรวงการต่างประเทศ ห้องทำงานห้องหนึ่ง
“ต้า เหล่า สหายดูที่เด็กหนุ่มคนนี้เขียนสิ ‘สิ่งที่เรียกว่าศีลธรรมและความยุติธรรม จะหยิบยกขึ้นมาถกเถียงได้ก็ต่อเมื่อมีกำลังเท่าเทียมกัน’
เขียนได้ดีจริง ๆ แทงใจดำ เผยให้เห็นสัจธรรมโหดร้ายของการเมืองระหว่างประเทศและเกมอำนาจ ประเทศอ่อนแอไร้การทูต ผู้ที่อ่อนแอก็ไร้สิทธิ์มีเสียง
เส้นทางของเรายังอีกยาวไกล เด็กคนนี้เป็นคนมีความสามารถนะ เป็นไง ดึงตัวมาที่กระทรวงเราไหม? ฉันว่าเขาเหมาะสมจะทำงานด้านการทูตนะ”
“ต้า เหล่า” คนนี้กลอกตาก่อนเอ่ยว่า: “คิดว่าฉันนึกไม่ถึงรึ? ฉันไปถามมาแล้ว แต่ท่านอธิการบดีมหาวิทยาลัยฮั่นตงบอกว่า คนนี้ถูกมหาวิทยาลัยปักกิ่งจองตัวไว้ตั้งแต่สองปีที่แล้วแล้ว เขาไปฟ้องกระทรวงศึกษาธิการก็ยังแพ้เลย อย่าไปหวังเลยเรา”
“หา? หน่วยงานในเครือข่ายการศึกษานี่ลงมือไม่เบากว่าพวกนอกประเทศเลยนี่นา”
“ฮ่า ๆ ๆ ใครว่าไม่ใช่ล่ะ”
เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ แต่ไม่ใช่ทุกคนจะสนใจ และมันก็ไม่ได้ร้อนแรงถึงขั้นนั้น เพียงแต่คนที่ได้อ่านแล้วต่างก็อยากอ่านบทต่อไป
ด้วยเหตุนี้ชื่อหลินไหฺวหลายจึงดัง และดังเป็นพลุแตก
สิ่งที่ตามมาคือชื่อเสียง ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่คำชมเสียทั้งหมด
มีทั้งดีและร้ายผสมกัน นักเขียนรุ่นใหม่ ๆ นักเขียนวัยหนุ่มสาว ต่างให้คำวิจารณ์ที่ตรงไปตรงมาต่อหนังสือเรื่องเล่าราชวงศ์หมิง
ว่ากันว่าสำนวนมีอารมณ์ขัน ประโยคอ่านง่ายเข้าใจได้ทันที ไม่น่าเบื่อเหมือนหนังสือประวัติศาสตร์เล่มก่อน ๆ ทำให้คนอ่านแล้วอินง่าย
ทว่ามีพวกนักวิชาการหัวโบราณบางส่วนก็มีเหตุผลของตัวเอง วิพากษ์วิจารณ์ว่าเรื่องเล่าราชวงศ์หมิงของหลินไหฺวหลายนั้นมั่วซั่ว ไม่เคารพประวัติศาสตร์เลยแม้แต่น้อย เพราะประโยคที่เขาเขียนออกมานั้นขาดความหนักแน่นลุ่มลึก
ชั่วขณะหนึ่ง ผู้คนจากทุกสารทิศต่างถกเถียงกันออกรสออกชาติ
ส่วนต้นเหตุของเรื่องอย่างหลินไหฺวหลายกลับไม่ปริปากพูดแม้แต่คำเดียว ทำเหมือนกับว่าเขาไม่ใช่คนเขียน ไม่ว่าคุณจะชมหรือวิจารณ์ ผมก็จะไม่ตอบสนอง
ห้องทำงานของเกาอวี่เหลียง
ตอนนี้มีเพียงพวกเขาสองคนเท่านั้น
“เธอจะไม่ตอบสนองพวกเขาสักหน่อยเลยรึ? ข้างนอกตอนนี้เขาครึกโครมเชียวนะ! จะให้อาจารย์ช่วยติดต่อหนังสือพิมพ์ฮั่นตงรายวันให้ไหม ฉันว่าพวกเขาคงยินดีมากที่จะเป็นกระบอกเสียงให้ยอดนักเขียนผู้มากด้วยประเด็นถกเถียงอย่างเธอ”
หลินไหฺวหลายส่ายหน้ายิ้ม ๆ
“อาจารย์ครับ ช่างมันเถอะ พอบทความถูกเผยแพร่ออกไป มันก็ไม่ใช่ของผมคนเดียวแล้ว พวกเขาจะพูดยังไงก็ปล่อยไปเถอะครับ แถมผมยังต้องขอบคุณพวกเขาด้วย ถ้าพวกเขาไม่วิจารณ์ หนังสือเล่มนี้คงไม่ดังขนาดนี้”
“ฮ่า ๆ ๆ เธอนี่นะ” เกาอวี่เหลียงหัวเราะ “จริงสิ สำนักพิมพ์ติดต่อหรือยัง? หนังสือเล่มนี้ของเธอจะตีพิมพ์แล้วสินะ”
“ครับ ๆ สัปดาห์หน้าจะเข้าไปเซ็นสัญญา เป็นสำนักพิมพ์ในเครือหนังสือพิมพ์ต้าเซี่ยรายวันครับ”
“ดีมาก เธออาศัยหนังสือเล่มนี้ได้รับทั้งชื่อเสียงแล้วก็เงินทอง ยิงนัดเดียวได้นกสองตัว ต่อไปเธอจะไปได้ไกล อาจารย์รู้สึกปลื้มใจจริง ๆ”
“อาจารย์ชมเกินไปแล้วครับ”
เกาอวี่เหลียงไม่พูดอะไรมาก
“จริงสิ ค่ำนี้มากินข้าวที่บ้านอาจารย์นะ ถงเหว่ยก็จะมาด้วย”
“พี่ฉีกลับมาแล้วเหรอครับ?”
“อืม ถงเหว่ยเพิ่งออกจากโรงพยาบาล ถูกยิงสามนัดไม่ยอมลงจากแนวหน้า อาจารย์ภูมิใจในตัวเขามาก พวกเธอสนิทกันดี ร่วมงานเลี้ยงรับขวัญให้เขาด้วยกันนะ”
“ครับอาจารย์ ผมจะไปครับ”
ดูท่าทางแล้ว อีกไม่นานฉีถงเหว่ยก็คงต้องคุกเข่าขอเหลียงลู่แต่งงานสินะ?
ถึงแม้หลินไหฺวหลายจะยึดหลักการมาก คือเคารพการตัดสินใจในชะตาชีวิตของคนอื่น แต่ถึงอย่างไรก็มีคำพูดบางอย่างที่ต้องเตือนเขาหน่อย ก็เพราะนิสัยของฉีถงเหว่ยและวีรกรรมอันกล้าหาญของเขา ก่อนที่จะมาเป็นหัวหน้ากรมตำรวจฉี เขาไม่สมควรมีจุดจบแบบในฉบับดั้งเดิม
งั้นไปรับบทเป็นพี่เลี้ยง? ไม่ใช่หรอกนะ ก็แค่เพราะรู้จักกันแล้วรู้สึกดีก็เลยเตือนเท่านั้น ส่วนจะเลือกยังไงก็ขึ้นอยู่กับตัวฉีถงเหว่ยเอง
ค่ำนั้น ที่บ้านของเกาอวี่เหลียง เขาได้พบกับฉีถงเหว่ย ยังคงเป็นคิ้วเข้มตาโตเหมือนเดิม แต่ทว่าบุคลิกท่าทางเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
ที่เห็นชัดเจนคือในแววตาของฉีถงเหว่ยไม่เหลือประกายแสงอีกแล้ว
“พี่ฉี ยอดวีรบุรุษ ในที่สุดพี่ก็กลับมาแล้ว พรุ่งนี้ผมจะเลี้ยงเหล้าพี่”
ฉีถงเหว่ยก็ยิ้ม แต่พอได้ยินหลินไหฺวหลายเรียกเขาว่ายอดวีรบุรุษ เขากลับมีรอยยิ้มที่เจื่อน ๆ
วีรบุรุษเหรอ? วีรบุรุษก็ไม่ใช่อะไรนอกจากเครื่องมือของอำนาจ
นี่คือบทสรุปที่ฉีถงเหว่ยได้หลังจากนอนโรงพยาบาลสามเดือน
“น้องหลินพูดเล่นแล้ว ฉันแค่ทำในสิ่งที่ตำรวจคนหนึ่งพึงกระทำเท่านั้น พรุ่งนี้ฉันมีธุระ ถ้ามะรืนนี้น้องยังอยากดื่มกับฉัน พี่จะเลี้ยงเอง”
พรุ่งนี้มีธุระเหรอ? ธุระของนายคงไม่ใช่ไปขอเหลียงลู่แต่งงานหรอกนะ
พอขอแต่งงานแล้วคิดว่าฉันจะดูถูกนายรึ? คิดมากแล้ว โดยไม่เคยผ่านความทุกข์ของคนอื่นมาก่อน คนอื่นจะมีสิทธิ์อะไรไปเยาะเย้ยนาย
“พี่ฉีพูดเล่นแล้ว ผมจะไปตรงเวลาแน่ครับ แต่ว่าคืนนี้ผมยังอยากดื่มกับพี่สักหน่อยน่ะ หวังว่าพี่จะให้เกียรติผมด้วยนะครับ จะได้ไม่เสียงานธุระสำคัญของพี่วันพรุ่งนี้”
ได้ยินหลินไหฺวหลายพูดอย่างนี้ ฉีถงเหว่ยก็รู้สึกว่าเขาคงมีธุระอะไรกับตนจริง ๆ จึงตอบตกลงอย่างเด็ดขาด
“ได้ น้องหลิน เดี๋ยวกินข้าวที่บ้านอาจารย์เกาเสร็จแล้วเราก็ออกไปข้างนอกดื่มให้เต็มที่สักหน่อย”
ระหว่างมื้ออาหาร เกาอวี่เหลียงเอาแต่ชื่นชมฉีถงเหว่ย เขารู้ว่าตอนนี้ฉีถงเหว่ยอารมณ์ไม่ดี จึงพยายามปลอบประโลมให้ฉีถงเหว่ยเรียกความมั่นใจกลับคืนมา
ทว่าฉีถงเหว่ยดูจะไม่ฟัง ยังคงเอาแต่ครุ่นคิดวนไปวนมาอยู่อย่างนั้น
เกาอวี่เหลียงเองก็จนใจ ตอนนี้เขายังต้องพึ่งพาเหลียงฉวินเฟิงอยู่ เหลียงฉวินเฟิงได้พูดคุยกับเขาแล้ว ระบุนามด้วยตัวเอง ให้เขาเข้ารับตำแหน่งข้าราชการ เขาย่อมไม่กล้าไปขัดใจเหลียงลู่
กินข้าวเสร็จ คุยกันอีกสักพัก หลินไหฺวหลายกับฉีถงเหว่ยก็ออกไปข้างนอก ซื้อเหล้ากับของกินเล็กน้อย ตรงดิ่งไปที่ห้องพักในโรงแรมของฉีถงเหว่ย
ทำแบบนี้ ไม่ว่าฉีถงเหว่ยฟังจบแล้วจะคิดยังไงก็ตาม พอดื่มจนเมาก็ตรงดิ่งเข้านอนได้เลย