เจ้าหน้าที่ชันสูตรตรวจสอบศพตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างละเอียด ก่อนเดินมาหากัวฉินกังแล้วประสานมือกล่าวว่า “เรียนท่านหัวหน้ากอง จากการตรวจสอบ ผู้ตายเสียชีวิตมาแล้วราว 2 ถึง 4 ชั่วยาม บนร่างไม่มีบาดแผลใด ๆ แสดงว่าไม่ได้ตายเพราะถูกทำร้าย
แต่ใบหน้ากลับเขียวคล้ำ ริมฝีปากและเล็บมือมีสีม่วงเข้ม รูม่านตาขยายกว้าง มีความเป็นไปได้สูงว่าถูกวางยาพิษ เพียงแต่ข้าน้อยความรู้น้อย ยังไม่ทราบว่าเป็นพิษชนิดใด”
“ไม่เป็นไร ขอเพียงรู้ว่าถูกวางยาพิษก็พอ หวังเซิ่ง”
หวังเซิ่งประสานมือ “ข้าน้อยอยู่ที่นี่”
“พาตัวผู้ต้องสงสัยที่ชื่อเฟยสู่มา แล้วประหารเสียตรงนี้”
“ขอรับ”
หวังเซิ่งสั่งจางเหว่ยกับลูกน้องอีกคน “พวกเจ้าสองคนไปพาเฟยสู่มาเดี๋ยวนี้”
จางเหว่ยกับอีกคนไม่กล้ารอช้า รีบมุ่งหน้าไปยังคุกหมายเลขสาม
เพราะเกิดคดีฆาตกรรม นักโทษในคุกหมายเลขสามจึงถูกควบคุมให้อยู่แต่ในห้องขัง ห้ามผู้ใดออกไป
พวกเขากลับรู้สึกสบายใจเสียด้วยซ้ำ ถึงขั้นหวังให้มีคนตายวันละคน จะได้ไม่ต้องออกไปทำงาน
จางเหว่ยเปิดประตูห้องขัง เฟยสู่ก็รีบเดินเข้ามาหาแล้วกล่าวอย่างนอบน้อมว่า “นายทหารจาง ข้าขอเปลี่ยนห้องขัง”
คำพูดของเฉินหนานทำให้เขาหวาดกลัวจนสุดขีด หากยังอยู่ที่นี่ต่อไป ไม่ช้าก็เร็วเขาต้องลงเอยเหมือนหลี่สง
จางเหว่ยยิ้มกล่าวว่า “พี่เฟยสู่ ข้าว่าเจ้าไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนห้องขังแล้ว เจ้าฆ่าหลี่สง ท่านหัวหน้ากัวจะประหารเจ้าตรงนี้”
เฟยสู่ตกใจจนทรุดฮวบลงกับพื้น ร้องไห้โฮเสียงดัง “นายทหารจาง ข้าถูกใส่ร้าย! ไม่ใช่ฝีมือข้าจริง ๆ พวกท่านเข้าใจผิดแล้ว!”
