เมื่อซูหว่านอวี๋ เคอเยียนถิง และเจิ้งจือเจี๋ยมาถึง ทุกคนก็ตกตะลึงกับภาพที่เห็น!
เห็นเพียงลู่เฟิงคุกเข่าอยู่ในโคลน อุ้มหลินหร่านที่เปื้อนเลือดทั้งตัวไว้ในอ้อมแขน
รอบข้างมีผู้ชายสี่ห้าคนนอนกองอยู่ ใบหน้าบวมช้ำ ครางครวญด้วยความเจ็บปวด
ข้างมือของลู่เฟิงคืออิฐบล็อกเปื้อนเลือด
สายฝนไหลผ่านแนวกรามที่เกร็งตึงของเขา เขาสั่นระริกปลายนิ้วเพิ่งกดโทรเรียกรถพยาบาลเสร็จ
จนกระทั่งรถพยาบาลมาถึง ลู่เฟิงจึงอุ้มหลินหร่านจากไป
ตลอดช่วงเวลานั้น ไม่มีใครกล้าเข้าไปพูดกับเขา
รวมถึงซูหว่านอวี๋ด้วย
เพราะท่าทางของเขาน่ากลัวจนน่าขนลก!
ราวกับว่าใครกล้าเข้าไปพูดคุยไร้สาระ อิฐบล็อกที่อยู่ข้างมือจะถูกฟาดใส่คนนั้นทันที
ไม่มีใครกล้าเอาชีวิตไปเสี่ยง
......
เพราะลู่เฟิงมาทันเวลา หลินหร่านจึงรอดชีวิตมาได้
สามวันต่อมา เธอก็ฟื้นขึ้นมาบนเตียงผู้ป่วย
พยายามดิ้นรนจะลุกขึ้นนั่ง แต่ขยับนิดเดียว เส้นประสาททุกเส้นทั่วร่างกายก็เจ็บแปลบราวกับถูกเข็มทิ่ม
"อือ..."
หลินหร่านกัดฟันส่งเสียงครางออกมา
ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งก็พุ่งเข้ามาทางด้านข้าง
ลู่เฟิงปรากฏตัวเข้ามาในสายตาของเธอแบบนี้
บนใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่เย็นชา กลับมีรอยยิ้มที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
หลินหร่านชะงักไปครู่หนึ่ง จนลืมความเจ็บปวดบนร่างกาย
ชายหนุ่มยื่นมือออกไปกดปุ่มปรับระดับเตียงผู้ป่วย ปรับให้เธออยู่ในระดับที่สบาย แล้วจึงมองมาที่เธอ เอ่ยปากช้า ๆ
"พวกอันธพาลที่ตีเธอ ตำรวจจับไปหมดแล้ว บนตัวเธอไม่มีบาดแผลถึงชีวิต อีกไม่กี่เดือนก็หายสนิท"
น้ำเสียงของเขาชัดเจนและอ่อนโยน
หลินหร่านได้สติแล้วก็ขมวดคิ้วมุ่นทันที
ก่อนจะหมดสติ เธอรู้ว่าเป็นเขาที่ช่วยเธอไว้
แต่คนที่ทำให้ครอบครัวเธอแตกสลาย แค้นเธอจนเข้ากระดูก กลับมาช่วยเธอ?
แล้วยังพูดกับเธอด้วยท่าทางแบบนี้อีก?
