วันรุ่งขึ้นเป็นวันเสาร์
ช่วงบ่าย ซวีเอินถังเขียนการบ้านไปพลางคุยกับอวี้ซวี่เยี่ยผ่านวีแชทไปพลาง ฟังเธอเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในเกมมนุษย์หมาป่าเมื่อคืนนี้
อวี้ซวี่เยี่ย:[พี่ชายฉันชวนคนมา ในที่สุดก็มีคนมามากมาย]
อวี้ซวี่เยี่ย:[แม้แต่ไต้ฟูและอู๋ฉีหนิงก็มาด้วย]
เธอส่งข้อความเสียงมาอีกหนึ่งอัน
“ฉันรำคาญสองคนนั้นจริง ๆ เวลาเล่นพวกเธอเหยียบฉันตลอด ทุกรอบก็สงสัยว่าฉันเป็นมนุษย์หมาป่า หน้าเล่นเกมแต่จริง ๆ แล้วจ้องเล่นงานฉัน”
ได้ยินจากเสียงในข้อความถึงความโมโหของอวี้ซวี่เยี่ย
ซวีเอินถัง:[เป็นแบบนี้แล้วจะเล่นเกมไปเพื่ออะไร]
อวี้ซวี่เยี่ย:[ใช่สิ]
อวี้ซวี่เยี่ย:[หลังจากนั้นพวกเธอก็ถูกเตือน]
อวี้ซวี่เยี่ยส่งข้อความเสียงต่อ
“อีกอย่าง ไต้ฟูเกาะพี่จี้หลี่ตลอดเวลา ชอบเบียดเข้าไปใกล้ ๆ พูดจาเหมือนตั้งใจออดอ้อนพี่จี้หลี่ ตอนถูกโหวตออก เธอยังทำหน้าน่าสงสารใส่เขา ถามว่าทำไม บทเยอะไปแล้ว”
“โชคดีที่พี่จี้หลี่ไม่สนใจเธอ เธอทำหน้าน่าสงสารพูดเป็นชุด พี่จี้หลี่ในที่สุดก็พูดกับเธอแค่ประโยคเดียว ‘เธอพูดจนโป๊ะแล้ว’ ฮ่า ๆ ๆ ๆ”
“น้ำเสียงพี่จี้หลี่ตอนนั้นเธอลองคิดดูสิ โคตรเท่เลยใช่ไหม ฮ่า ๆ ๆ”
ซวีเอินถังนึกภาพถานจี้หลี่พูดว่า “เธอพูดจนโป๊ะแล้ว” ด้วยน้ำเสียงทั้งเท่ทั้งเมินเฉยออก
มุมปากของเธอโค้งขึ้นตามไปด้วย ตอบกลับ:[นึกภาพออก]
อวี้ซวี่เยี่ย:[เธอไม่รู้หรอกว่าตอนไต้ฟูถูกโหวตออกหน้าตาเธอเปลี่ยนไปขนาดไหน]
