“ต่อไปอย่าดุเอมิลี่อีกนะ” เสิ่นฮวาชี้ไปทางเอมิลี่ “เธอให้เจ้าดื่มเลือดก็เพราะไม่อยากให้เจ้าหิว เจ้าจะไม่ดื่มเลือดเธอก็ได้ แต่อย่าดุเธอ”
“เอมิลี่คือใคร?”
มุมปากเสิ่นฮวากระตุกเล็กน้อย สรุปว่าตัวเอกชายจำได้แค่ชื่อที่ตัวเองตั้งให้งั้นสินะ
“ก็แฮมสเตอร์ที่เจ้าพูดถึงไง”
อาร์โนลด์เข้าใจขึ้นมาทันที แล้วก็เบ้หน้า
“แต่เธออยู่ใกล้ฉันเกินไป! ฉันไม่ชอบให้ใครเข้าใกล้!”
โดยเฉพาะคนที่หน้าตาไม่เหมือนเขา
ทั้งไม่สูงเท่า ไม่แข็งแรงเท่า ไม่หล่อเท่า แถมตรงหน้ายังนูนออกมาอีก
เหมือนเอาหมั่นโถวก้อนใหญ่มาวางไว้สองก้อน
“งั้นก็บอกให้เธออยู่ห่างจากเจ้าหน่อยก็พอ ไม่ต้องดุเธอ” เสิ่นฮวาพูดอย่างใจเย็น “พูดกับเธอดี ๆ เธอก็ฟังแล้ว”
ต้องทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองดีขึ้นก่อน ไม่อย่างนั้นเส้นเรื่องความรักคงเริ่มไม่ได้
อาร์โนลด์คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า ก่อนหันไปพูดกับเอมิลี่ว่า “แฮมสเตอร์ ต่อไปไม่ต้องปล่อยเลือดแล้ว ฉันไม่ดื่มเลือดเธอ เธออยู่ห่าง ๆ ฉันก็ได้ แต่อย่าร้องไห้นะ เวลาร้องไห้แล้วดูไม่สวยเลย”
น่าเกลียดจะตาย
เอมิลี่ชะงัก น้ำตาค้างอยู่บนขนตา ราวกับจะร่วงก็ไม่ร่วง
“ท่านดยุก... ทำไมหรือคะ? ข้าคือทาสเลือดของท่าน ความหมายของการมีอยู่ของข้าก็คือ...”
“ความหมายของการมีอยู่ของเธอคือมาเล่นกับฉัน!” อาร์โนลด์พูดแทรก “เธอเล่นซ่อนหาเป็นไหม? พับกบกระดาษเป็นไหม? เล่นตั้งเตเป็นไหม?”
เอมิลี่อ้าปาก แต่ผ่านไปนานก็ยังพูดอะไรไม่ออก
เธอมองชายผมสีเงินตาสีม่วงตรงหน้า ทั้งที่เป็นดยุกแวมไพร์แท้ ๆ แต่กลับถามเธอราวกับเป็นเด็กห้าหกขวบ ว่าพับกบกระดาษเป็นไหม
