เซี่ยเจวี๋ยกระพริบตากลมโตดั่งองุ่น นัยน์ตาเอ่อคลอด้วยน้ำตา
ผู้ใหญ่ในบ้านไม่อยู่ เซี่ยจิ่งจึงได้แต่พยักหน้า
ทั้งสองนอนลงบนเตียงเรียบร้อย
เซี่ยเจวี๋ยยังคงพึมพำว่า "พี่รองว่าเหตุใดท่านแม่จึงไม่..."
แต่ยังไม่ทันพูดจบ เซี่ยจิ่งก็เอื้อมมือไปปิดปากเล็ก ๆ ของเขา "น้องสาม เจ้าง่วงแล้ว รีบเข้านอนเถิด"
เซี่ยเจวี๋ย: ?!
เขาไม่ง่วง! เขาอยากพูด!
ทว่าเซี่ยเจวี๋ยรู้ดีว่าเขาไม่อาจขัดพี่รองได้
สุดท้ายจึงได้แต่นอนหลับอย่างน้อยใจ ก่อนหลับยังไม่วายอธิษฐานในใจ
สวรรค์เอ๋ย ท่านจงรีบให้ท่านแม่กลับมาเถิด~
วันรุ่งขึ้น ยามเช้าตรู่
"เมื่อคืนนี้ ขอบคุณเจ้ามาก"
ฉินจิ่วเวยตื่นขึ้นยามเช้า นึกถึงภาพเมื่อคืนก่อน ก็อดไม่ได้ที่ปลายใบหูจะร้อนผ่าว
นางกลับถูกเซี่ยเยี่ยนหลี่โอบกอดไว้แนบอก เขายังปลอบนางด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน...
ฉินจิ่วเวยเงยหน้าขึ้นมอง เห็นเซี่ยเยี่ยนหลี่มีสีหน้าเยือกเย็นดุจน้ำนิ่ง ใบหน้าเคร่งขรึมไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์
ก็คิดว่าเขากำลังโกรธ
นางจึงอธิบายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลว่า "เมื่อคืนนี้ข้าหวาดกลัวเกินไป ชั่วขณะหนึ่งจึงลืมข้อตกลง..."
"ไม่เป็นไร เจ้ากับข้าเป็นสามีภรรยากัน ไม่จำเป็นต้องถือสาหาความมากมาย" เซี่ยเยี่ยนหลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
เพราะเมื่อคืนนี้ ตัวเขาเองก็ลืมเช่นกัน...
ฉินจิ่วเวยได้ฟังเขากล่าวเช่นนั้น ในใจก็โล่งอกไป
ทั้งสองจัดการแต่งกายแล้วมุ่งสู่เรือนหลัก
ยามนี้พายุฝนฟ้าคะนองหยุดลงแล้ว อากาศสดชื่นและเปียกชุ่ม
ฉินจิ่วเวยเหลือบมองปราดเดียวก็เห็นฉินเล่ออันที่แต่งองค์ทรงเครื่องอลังการราวกับดอกไม้บาน
นางเกล้าผมทรงเมฆสูง บนมวยผมปักด้วยปิ่นดอกสักหลาดที่แย่งชิงไปจากมือนาง
