คำพูดของยายทวดผู้นี้ช่างน่าฟังเสียจริง!
ในใจของฮูหยินโหวสาปแช่งไม่หยุด
ยังมีฉินจิ่วเวยนั่นอีก นางรู้ชัดว่ามีวิธีหาเงินเช่นนี้แต่กลับไม่บอกนาง
ตอนนั้นบอกนางว่าได้มาเพียงหนึ่งพันตำลึง แต่ที่จริงได้สี่พันตำลึง กลับแอบหาเงินตั้งมากมายเพียงลำพัง!
ช่างเป็นหญิงต่ำช้า!
เวลานี้เซี่ยโหวเหยก็เงยหน้าขึ้นเช่นกัน แววตาที่มองฉินจิ่วเวยเจือรอยยิ้มจาง ๆ
คนในใต้หล้าต่างกล่าวว่า แต่งภรรยาควรแต่งผู้มีคุณธรรม
ก่อนหน้านี้เขาเพียงรู้สึกว่าฉินจิ่วเวยมีนิสัยดี เป็นที่รักของเด็ก ๆ ยิ่งนัก
มาบัดนี้กลับพบว่า นางมีดีเกินกว่านั้นมากนัก
ภายภาคหน้าเมื่อเซี่ยเยี่ยนหลี่รับช่วงบรรดาศักดิ์ ฉินจิ่วเวยก็จะเป็นฮูหยินใหญ่แห่งจวนโหว และจวนโหวทั้งหมดล้วนต้องส่งมอบให้นางดูแล
เดิมทีเขายังไม่วางใจอยู่บ้าง เกรงว่านางจะดูแลได้ไม่ดี แต่ยามนี้กลับไม่มีความกังวลใด ๆ หลงเหลืออยู่เลย!
สีหน้าสวีหลิวเอ๋อร์ดูเหม่อลอยพลางมองฉินจิ่วเวย
พี่สะใภ้ใหญ่ช่างเก่งกาจยิ่งนัก
สี่พันตำลึงกลายเป็นห้าหมื่นตำลึง นางไม่กล้าแม้แต่จะคิด
พี่สะใภ้ใหญ่สามารถทำให้สี่พันตำลึงกลายเป็นห้าหมื่นตำลึงได้!
รู้งี้นางน่าจะเลือกตามพี่สะใภ้ใหญ่! รวยเละจริง ๆ!
ในโถงเต็มไปด้วยเสียงชื่นชม ทว่าในยามนี้ เซี่ยฉงจือกลับนิ่งเงียบ
เขาก้มหน้าลง แววตาฉายแววหม่นหมอง
เซี่ยเยี่ยนหลี่กุมอำนาจในราชสำนัก กดหัวเขาลงมาก
แม้แต่ยามนี้กระทั่งการค้าก็ยังราบรื่นเช่นนี้... เหนือกว่าเขาไปไกลลิบ
ใช่ว่าเซี่ยฉงจือจะขาดเงิน ทว่าเมื่อเขาเห็นเซี่ยเยี่ยนหลี่หาเงินได้ ในใจกลับทุกข์ทรมานราวมีมดนับพันคอยกัดแทะ
อาหารมื้อหนึ่ง เซี่ยฉงจือคีบไม่กี่คำก็วางตะเกียบ ไร้ความอยากอาหาร
กลับมายังเรือน เขาเก็บสีหน้า ไม่เอ่ยวาจาแม้แต่คำเดียว ตรงไปนั่งยังเก้าอี้เตี้ย
