“จิ่วเวย พวกเราเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันนะ เจ้าต้องช่วยข้า เจ้าต้องช่วยข้า!”
ฉินเล่ออันมีน้ำตานองหน้า แต่งแต้มถูกลบเลือนพร่าเลือน ด้วยน้ำตา ภายในดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว และการวิงวอน
หลังจากเข้าวังแล้วจึงรู้ว่า ในวังมีวิธีทรมานคนมากมายผู้นี้
นางไม่อยากรับโทษทัณฑ์ใดอีกแล้วจริง ๆ ...
เพียงไม่ต้องรับโทษ ต่อให้ต้องละทิ้งความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของนาง ไปอ้อนวอนฉินจิ่วเวยอย่างต่ำต้อยนางก็ยอม
ในใจของฉินเล่ออันเชื่อมั่นว่า ความต่ำต้อยเช่นนี้เป็นเพียงชั่วคราว รอให้นางได้ดำรงตำแหน่งเป็นฮองเฮา ความอัปยศอดสูทั้งหมดที่ได้รับในวันนี้นางจะต้องทวงคืน
นางจะจดจำวันนี้เอาไว้ตราบชั่วนิรันดร์!
เกาอวิ๋นจือเลิกคิ้วน้อย ๆ ที่แท้นางงามนั้นนามว่าจิ่วเวย ในที่สุดก็รู้ว่านางเรียกขานว่าอะไร
พวกนางยังเป็นพี่น้องร่วมสายเลือดอีกหรือ?
เกาอวิ๋นจือกวาดตามองฉินเล่ออันแล้วหนึ่ง จากนั้นก็หันกลับมามองฉินจิ่วเวย อดไม่ได้ที่จะส่งเสียงจิ๊อึ้ง
แต่รูปลักษณ์ของพวกนาง... ยามอยู่กลางแจ้ง ช่างราวฟ้ากับเหว
แล้วอิสตรีผู้นี้เป็นพี่สาวของจิ่วเวย ยังมารังแกนางถึงเพียงนี้ ยิ่งเกินพอดี! โทษหนักกว่าเดิม!
ฉินจิ่วเวยมีแววตาอันเย็นชา ไม่เอื้อนเอ่ยวาจาเลยสักนิด เพียงแค่มองดูนางอย่างสงบนิ่ง
เมื่อเห็นนางไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง ในใจของฉินเล่ออันก็อดไม่ได้ที่จะตื่นตระหนก
ตั้งแต่วันที่นางแย่งปิ่นของฉินจิ่วเวย นางก็ยิ่งมองอีกฝ่ายไม่ออกทุกที
นางคิดจะลงโทษนางเช่นไรกันแน่? ความหวาดกลัวต่อสิ่งที่ไม่รู้ทำให้ฉินเล่ออันสั่นสะท้านรุนแรงยิ่งกว่าเดิม กระทั่งคำพูดที่เปล่งออกมายังมิอาจจับใจความเป็นประโยคได้
