ฉินเล่ออันกำปิ่นดอกสักหลาดในมือที่เปื้อนเลือดแน่น
ฉินจิ่วเวย เจ้าคนชั่วช้า!
นางขยับริมฝีปากหมายจะเอ่ยวาจา แต่กลับไม่มีแม้สักคำเล็ดลอดออกมา...
เหล่าสาวใช้เร่งมืออุ้มฉินเล่ออันขึ้นอีกครั้ง แล้วส่งตัวกลับจวน
ฉินจิ่วเวยดูละครจบแล้ว รู้สึกว่าไม่มีเหตุอันใดต้องอยู่ต่ออีก
"ท่านพ่อท่านแม่ เวลาย่ำค่ำแล้ว ข้ากับท่านสวามีจะกลับจวนแล้วเจ้าค่ะ"
ขณะนี้บิดาฉินและหลี่ซื่อกำลังตื่นตระหนกจนตั้งตัวไม่ติด
ได้ยินดังนั้นจึงเอ่ยตอบส่ง ๆ แล้วรีบไปดูอาการบาดเจ็บของฉินเล่ออัน
หลังจากฉินจิ่วเวยจากไป จวนสกุลฉินก็โกลาหลอลหม่าน
สาวใช้เร่งนำน้ำร้อนมา และหยิบยารักษาแผลมา
ค่อย ๆ ทำความสะอาดบาดแผลให้ฉินเล่ออันอย่างเบามือ
ยามต้องแผลแต่ละแห่ง ฉินเล่ออันก็เจ็บจนตัวสั่นสะท้าน
นางซบหน้าลงบนเตียง ร่ำไห้เสียงดังลั่น
ฉินเล่ออันพลันรู้สึกว่า การได้แต่งงานกับเซี่ยเยี่ยนหลี่นั้นช่างดีเหลือเกิน เหตุใดตนเองจึงคิดเปลี่ยนคู่แต่งงานเองเล่า...
ต่อให้ภายหน้าเขาจะกลายเป็นคนพิการ กลายเป็นคนขาเป๋ ก็ยังดีกว่าต้องเข้าวังไปถูกโบยนับร้อยเท่า!
วังหลวงคือถ้ำอสูร!
ยามนี้ฉินเล่ออันฟื้นกำลังคืนมาบ้างแล้ว จึงสะอึกสะอื้นพร่ำร้อง
"เสียนเฟยนั่นเพียงเพราะปิ่นของข้าเหมือนกับของเฉินเฟย ก็สั่งโบยข้าสามสิบไม้!
ถึงสามสิบไม้! ทุกคนเห็นกันหมด ช่างน่าอัปยศอดสูยิ่งนัก!"
หลี่ซื่อที่อยู่ข้าง ๆ ก็พลันตาแดงเรื่อขึ้นมาเช่นกัน
เล่ออันของนางเติบโตมาอย่างทะนุถนอม ทุกคนในบ้านรักใคร่เอ็นดู
