วังหลวง ตำหนักหลิงเยียน
“เหนียงเหนียง ท่านวุ่นวายมาทั้งวันแล้ว พักผ่อนเถิดเพคะ” สาวใช้เมิ่งเอ๋อร์เห็นดวงตาของนางแดงก่ำเพราะอดหลับอดนอน ก็อดมิได้ที่จะเอ่ยปากโน้มน้าว
“มิได้” มั่วชิงขุยส่ายศีรษะ นางต้องการรีบปักผ้าสำหรับตัดเย็บเสื้อผ้าให้เสร็จ เพื่อมอบให้เกาเสี่ยน ทำให้เขาปลื้มปีติ
ทว่ามองดูด้ายและเข็มตรงหน้า มั่วชิงขุยก็ยังอดถอนหายใจมิได้
วันนี้นางไปโรงงานปักเย็บ ตั้งใจจะเรียนรู้การตัดเย็บเสื้อผ้า แต่เรียนไปวันหนึ่งก็ยังมิสำเร็จ สุดท้ายแล้วช่างปักเป็นผู้ลงมือ ทำให้ได้ออกมาเป็นเสื้อคลุมตัวนอกตัวหนึ่ง
ทว่ารูปแบบยังไม่มีการปักถักร้อย ตรงนี้จำเป็นต้องให้นางปักด้วยตัวเอง มิอาจมอบหมายให้ผู้อื่นทำแทนได้อีก
มั่วชิงขุยมองผืนผ้าว่างเปล่า ปล่อยไหล่ตกอย่างสิ้นท่า
นางไร้พรสวรรค์ในงานฝีมืออย่างแท้จริง เรียนอย่างไรก็มิอาจเข้าใจ
มิเช่นนั้นนางก็คงไม่ข้ามภพข้ามชาติมาได้สามปีแล้ว ยังคงปักผ้าไม่เป็น
ยามนั้นเมื่อครั้งกำลังเรียนรักในมหาวิทยาลัย แฟนหนุ่มให้นางปักผ้าพันคอให้เขาผืนหนึ่ง นางปักอย่างไรก็มิเป็นผลดี จึงใช้เงินให้เพื่อนร่วมห้องช่วยถักให้ผืนหนึ่ง แล้วมอบให้เขาไป
