หลังการเข้าเฝ้า ขุนนางทั้งหลายต่างแยกย้าย
หลินอันโหวร้องเรียกด้วยน้ำเสียงร้อนรน "ซื่อจื่อเซี่ย! ซื่อจื่อเซี่ยโปรดรั้งรอ!"
เขารีบเร่งฝีเท้า สุดท้ายก็ตามทันเซี่ยเยี่ยนหลี่
เซี่ยเยี่ยนหลี่สวมชุดราชสำนักสีแดง ใบหน้าเย็นชาเคร่งขรึม แววตาเฉยชาจับจ้องมายังเขา หลินอันโหวอดสะท้านเย็นวาบไม่ได้
ก่อนหน้านี้มีผู้ถวายฎีกาถอดถอนเขามิใช่น้อย แต่ท้ายที่สุดผู้สืบสวนล้วนเกรงกลัวว่าเขาเป็นหลานอาแท้ ๆ ของไทเฮา เป็นเชื้อพระวงศ์ ต่างจัดการอย่างเบามือ
ดังนั้นตลอดหลายปีมานี้ แม้เขาจะก่อกรรมไว้มากมายก็ยังอยู่เย็นเป็นสุข
แต่เซี่ยเยี่ยนหลี่หาเป็นเช่นนั้น เขาขึ้นชื่อว่าเยือกเย็นไร้ปรานี
คดีนี้ตกอยู่ในมือเขา เกรงว่าคงไม่พ้นเคราะห์
แต่ว่าหากตัวเขามาขอความกรุณาด้วยตนเอง เซี่ยเยี่ยนหลี่เห็นแก่ไทเฮาที่อยู่เบื้องหลังเขา ก็คงไม่เอาเรื่องมากความ
หลินอันโหยิ้มให้เซี่ยเยี่ยนหลี่ "ใต้เท้าเซี่ย เรื่องนี้ข้ากล่าวได้เต็มปากว่าถูกปรักปรำ"
เซี่ยเยี่ยนหลี่ไม่ชายตามอง "โอ้ เช่นนั้นหรือ"
หลินอันโหวเห็นท่าทีเย็นชาเช่นนั้น ในใจก็อดหวั่นไหวไม่ได้ ตัดสินใจเปิดอกพูดกันตรง ๆ
เขากลืนน้ำลาย เอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ซื่อจื่อเซี่ย ขอเพียงครั้งนี้ท่านยอมปล่อยข้าสักครั้ง ภายหน้าข้าจะต้องตอบแทนท่านเป็นแน่"
เซี่ยเยี่ยนหลี่คลี่ยิ้มเย็น "หลินอันโหว เจ้าจัดการบ้านของตนให้ดีก่อน ค่อยว่าเรื่องอื่น"
