จริงด้วยสิ
นางมีตำหนักองค์หญิงอยู่นี่นา
ในวัง นางคือองค์หญิงเจาหยาง ทุกการเคลื่อนไหวอยู่ใต้สายพระเนตรของฮ่องเต้ กฎวังเข้มงวด ขุนนางฝ่ายนอกห้ามล่วงเข้าเขตตำหนักชั้นใน หากนางคิดจะหาเรื่อง “รำลึกความหลัง” กับจี้กวนหลานสักหน่อย ยังต้องปีนกำแพงมุดรู ช่างเสียเกียรติจริง ๆ
แต่ถ้าออกจากวังไปแล้วล่ะ……
นั่นก็เป็นถิ่นของนางเองทั้งนั้น
อยากเชิญใครไปดื่มชาที่ตำหนักก็เชิญ อยากรั้งใครไว้กินข้าวก็รั้ง อยากกรอกสุราใส่ใครจนเมาแล้วพยุงเข้าห้องนอน……
ฮิฮิฮิฮิ
หลานเอ๋อร์ถูกนางหัวเราะใส่จนรู้สึกขนลุก “อ…องค์หญิง? ทรงหัวเราะเรื่องอะไรหรือเพคะ?”
“หลานเอ๋อร์” หนานสวี่นั่งตัวตรงอย่างจริงจัง “อีกไม่กี่วันข้าจะย้ายไปอยู่ที่ตำหนักองค์หญิง”
หลานเอ๋อร์ชะงัก “รีบขนาดนั้นเลยหรือเพคะ?”
“ไม่รีบ ไม่รีบ” หนานสวี่โบกมือ ในใจเริ่มวางแผนแล้ว “จริงสิ เจ้าไปสืบให้หน่อยนะ ว่าช่วงนี้ใต้เท้าไท่ฟู่……ชอบไปเดินแถวถนนสายไหน”
หลานเอ๋อร์ “……”
นางมององค์หญิงของตนเงียบ ๆ ความกังวลในใจก็พลันสลายไป
องค์หญิงก็ยังเป็นองค์หญิงคนเดิม
ร้ายเงียบชะมัด
หลานเอ๋อร์ยอบกายรับคำสั่งแล้วจากไป
หนานสวี่เอนกายอยู่บนตั่งเพียงลำพัง ใช้นิ้วม้วนปลายผมเล่นเป็นวง ยิ่งคิดก็ยิ่งเพลิดเพลิน จนอดฮัมเพลงออกมาเบา ๆ ไม่ได้
*
งานเลี้ยงยามค่ำจัดขึ้นที่พระตำหนักไท่เหอ จอกทองถาดเงิน โคมแก้วส่องสว่างทั่วทั้งตำหนัก จนใบหน้าของทุกคนดูเปล่งประกาย
หนานสวี่นั่งอยู่ที่นั่งประธาน ด้านขวามือคือฮ่องเต้ ส่วนด้านซ้ายเว้นที่นั่งไว้หนึ่งที่ เดิมควรเป็นที่นั่งของรัชทายาท แต่วันนี้รัชทายาทกราบทูลว่าประชวร จึงไม่ได้มาร่วมงาน
