มือที่กำลังเขี่ยฟืนของจี้กวนหลานชะงักไปชั่วขณะ
ดวงตาเย็นชาคู่นั้นจับจ้องนางนิ่ง ๆ ท่ามกลางแสงไฟอยู่ครู่หนึ่ง คล้ายกำลังขบคิดคำพูดของนางอย่างจริงจัง
จากนั้นเขาก็เอียงศีรษะเล็กน้อย ปลายคางที่ถูกปลายนิ้วของนางเกี่ยวไว้จึงถูไถกับปลายนิ้วของนางพอดี
“สิ่งที่องค์หญิงต้องการคือความหยิ่งผยองไม่ยอมก้มหัว กระหม่อมจำไว้แล้ว คืนนี้กระหม่อมจะแสดงท่าทางเช่นนั้นบนเตียงให้ดู”
หนานสวี่กัดฟันกรอด ยกมือบีบแก้มเขาแล้วดึงออกไปสองข้าง
“จี้กวนหลาน! อย่าพูดเรื่องพวกนี้ต่อหน้าเด็ก!”
แววขบขันจาง ๆ ปรากฏในดวงตาของจี้กวนหลาน เขาพลิกมือทาบลงบนท้องน้อยของนาง แล้วก้มหน้าเข้าไปใกล้
“ท่านพ่อผิดไปแล้ว”
“ลูกน้อยอย่าไปฟังนะ”
“รอเจ้าออกมาแล้ว ท่านพ่อค่อยพูดกับท่านแม่อีกที”
หนานสวี่ปัดมือเขาออก ใบหูแดงก่ำ
“หน้าหนาเสียจริง”
มือที่ถูกปัดออกของจี้กวนหลานวกกลับมาวางบนเอวของนาง แล้วนวดให้อย่างแผ่วเบา
“หลังกลับเมืองหลวง กระหม่อมจะไปจัดการคลังที่จวนไท่ฟู่ก่อน”
หนานสวี่งุนงง “จัดการคลังไปทำไม?”
“สินสอด”
หนานสวี่ชะงักไปเล็กน้อย
“ของในจวนไท่ฟู่มีไม่มาก หลายปีมานี้กระหม่อมเก็บเงินเดือนเอาไว้บ้าง อีกทั้งเงินค่าพู่กันกับหมึกที่สำนักศึกษาหลวงจัดสรรให้ทุกปี ท่านแม่เก็บไว้ให้ เมื่อนับรวมกันก็น่าจะพอจัดสินสอดได้เป็นเรื่องเป็นราว”
“ก็ได้ ถ้าน้อยไป ข้าไม่แต่งด้วยหรอก”
ยามค่ำคืนที่ตั้งค่าย เย่เยี่ยนฝูเลือกพื้นที่ลาดเนินที่กำบังลมสำหรับตั้งค่าย
เหล่าทหารต่างช่วยกันกางกระโจมบ้าง ให้อาหารม้าบ้าง กองไฟถูกก่อขึ้นหลายจุด ส่องให้ค่ายทั้งผืนอบอุ่นสว่างไสว
หนานสวี่ให้หลานเอ๋อร์ปรนนิบัติจนล้างหน้าล้างตัวเสร็จ เปลี่ยนเป็นชุดนอนตัวหลวม แล้วเอนกายอยู่บนตั่งนุ่มในกระโจม พลิกอ่านนิยายอยู่
จี้กวนหลานเลิกม่านเข้ามา ในมือถือถ้วยรังนกตุ๋นร้อน ๆ
“หลานเอ๋อร์บอกว่ามื้อเย็นเจ้าไม่ค่อยเจริญอาหาร กระหม่อมเลยให้พ่อครัวทำของนี่เพิ่ม”
