หนานสวี่ยืนอยู่ข้าง ๆ มองใบหน้าที่คล้ายกันทั้งสาม—หนึ่งผู้ใหญ่กับสองเด็กน้อย—แล้วจู่ ๆ ก็รู้สึกใจลอยขึ้นมาเล็กน้อย
เมื่อหกปีก่อน เจ้าตัวเล็กสองคนนี้ยังสูงแค่ท่อนแขนของเธออยู่เลย แต่ตอนนี้เดินเองได้ กินข้าวเองได้ แถมยังฟ้องพ่อเองได้แล้ว
เวลาผ่านไปเร็วจริง ๆ
“มองอะไรอยู่” เสียงของหลินเย่เชินดึงเธอกลับสู่ความเป็นจริง
“มองสามีฉันไง” หนานสวี่ยกมุมปากขึ้น
หลินมู่สวี่ปิดตาทันที “พ่อกับแม่จะจูบกันอีกแล้ว!”
หลินมู่หนานหันหน้าไปทางอื่นอย่างไร้อารมณ์ ใบหูแดงระเรื่อขึ้นมาเงียบ ๆ
หลินเย่เชินเดินเข้าไปหา ก้มลงจูบหน้าผากหนานสวี่เบา ๆ
“เข้ามาสิ”
ในห้องทำงาน หลินมู่สวี่ปีนขึ้นไปบนโซฟาเองแล้ว นั่งขัดสมาธิกินบิสกิต จุกผมเล็ก ๆ บนหัวกระดุกกระดิกไปมา
หลินมู่หนานยืนอยู่หน้าชั้นหนังสือ เงยหน้ามองหนังสือเล่มหนา ๆ เหล่านั้น พลางอ่านชื่อหนังสือทีละเล่ม พออ่านถึงเล่มที่สามก็หยุดลง จ้องตัวอักษรบนสันหนังสืออยู่นาน
“เศรษฐศาสตร์จุลภาค”
อ่านจบ เขาก็หันไปมองหลินเย่เชินที่อยู่หลังโต๊ะทำงาน “พ่อครับ หนังสือเล่มนี้พูดถึงอะไรครับ”
หลินเย่เชินวางปากกาลง มองใบหน้าเล็ก ๆ ของลูกชายที่ตั้งใจมาขอความรู้
“พูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างคนกับเงิน”
หลินมู่หนานคิดอยู่ครู่หนึ่ง “แล้วเศรษฐศาสตร์มหภาคล่ะครับ”
“พูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับเงิน”
หลินมู่หนานคิดอีกครั้ง “แล้วเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศล่ะครับ”
“พูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับประเทศ และเงินกับเงิน”
หลินมู่หนานนิ่งไปครู่หนึ่ง จากนั้นพยักหน้า ดึงหนังสือเศรษฐศาสตร์จุลภาคออกจากชั้น กอดไว้แนบอก เดินไปที่โซฟา ปีนขึ้นไป เปิดหน้าแรก แล้วเริ่มอ่านอย่างตั้งใจจริงจัง
หนานสวี่ที่มองอยู่ข้าง ๆ ถึงกับตาค้าง
อายุหกขวบ อ่านเศรษฐศาสตร์จุลภาคเนี่ยนะ?
เธอหันไปมองหลินเย่เชิน แล้วขยับปากถามว่า “ตอนคุณอายุหกขวบก็เป็นแบบนี้เหมือนกันเหรอ”
