หลังจากฉินลี่ชวนดื่มน้ำแก้วนั้นเข้าไป รูม่านตาก็หดเล็กลงน้อย ๆ ก่อนจะหันมามองเธอ
หนานสวี่ยืนอยู่ข้างเตียง ฝ่ามือชุ่มเหงื่อ เธอกัดฟันเอ่ยออกไปว่า “ลุง...อย่าไปได้ไหมคะ...”
เขาไม่พูดอะไร
วินาทีถัดมา เธอก็ถูกเขากระชากขึ้นไปบนเตียง
คืนนั้นเองหนานสวี่ถึงได้เข้าใจอย่างแท้จริงว่าอะไรคือการหาเรื่องใส่ตัว
เช้าวันต่อมา ฉินลี่ชวนนั่งสูบบุหรี่อยู่ข้างเตียง รอบเอวมีเพียงผ้าขนหนูพันไว้ รอยข่วนบนแผ่นหลังไขว้กันไปมา ส่วนแววตาเย็นเยียบจนเหมือนจะแช่แข็งคนได้
หนานสวี่ห่อตัวด้วยผ้าห่ม ขดอยู่ตรงมุมเตียง ขาสั่นไปหมด คิดว่าภารกิจนี้คงล้มเหลวแน่แล้ว
แต่หลังจากวันนั้น ฉินลี่ชวนก็มาที่ห้องของเธอทุกคืน
ผลักประตูเข้ามา ถอดเสื้อผ้า แล้วขึ้นเตียงเธอ
ไม่พูดสักคำ แต่ทำต่อเนื่องไปทั้งคืน
จากตอนแรกที่หนานสวี่ร้องว่า “ลุง อย่านะ” กลายเป็น “ลุง เบา ๆ หน่อย” จนสุดท้ายเธอเลิกขัดขืน ปล่อยให้เขาทำจนหมดแรง แล้วหลับไปทันที
วันเวลาเช่นนี้ผ่านไปหนึ่งปี
หลังฉินยวนเสียชีวิตด้วยอาการป่วย ฉินลี่ชวนก็เข้ารับช่วงดูแลตระกูลฉินทั้งหมด เขาพาหนานสวี่ออกจากคฤหาสน์เก่าไปอยู่ที่วิลล่าส่วนตัวของเขา
คนข้างนอกต่างพูดกันว่า ฉินลี่ชวนเลี้ยงสาวน้อยผู้น่าทะนุถนอมไว้ข้างกาย ทะนุถนอมราวกับแก้วตาดวงใจ
ตอนนั้นหนานสวี่ถูกเขาเลี้ยงจนเริ่มชินเสียแล้ว แต่ละวันเอาแต่ขลุกอยู่ในบ้านเขา กิน ๆ ดื่ม ๆ ไม่ยอมก้าวออกจากประตูบ้าน
ต่อมาเสี่ยวฉีบอกว่าค่าความรักเต็มแล้ว ให้เธอเตรียมตัวถอนตัว
เธอเคยลองเอ่ยเรื่องเลิกกัน ผลก็คือฉินลี่ชวนอุ้มเธอโยนลงบนเตียง แล้วไม่ยอมให้เธอลงจากเตียงอยู่สามวัน
หนานสวี่ร้องไห้จนเสียงแหบ เขาก็ยังไม่ปลอบเธอสักคำ
ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เขาก็คอยจับตาดูเธอตลอดทั้งวัน เธอหาทางถอนตัวไม่ได้ จึงทำได้แค่จ้างนักแสดงมาเล่นละครฉากนอกใจ
นักแสดงที่เธอจ้างชื่อโจวเย่ เป็นนายแบบระดับสาม หน้าตาพอใช้ได้ แต่ฝีมือการแสดงห่วยแตก
