เธออยากมีลูกสักคน
เรื่องนี้ หนานสวี่เคยคุยกับฉินลี่ชวนอย่างจริงจังตั้งแต่คืนที่ไปจดทะเบียนกันเมื่อสองปีก่อนแล้ว
ตอนนั้นทั้งคู่เพิ่งกลับจากสำนักทะเบียน ยังไม่ทันเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยซ้ำ เธอก็นั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง มือถือสมุดทะเบียนสีแดง สีหน้าจริงจังยิ่งกว่าตอนเซ็นสัญญาเสียอีก
“ฉินลี่ชวน เราสองคนต้องตั้งเป้าหมายด้วยกันสักอย่าง”
“ว่ามาสิ”
“ฉันอยากมีลูกสักคน”
ตอนนั้นฉินลี่ชวนกำลังแก้เนกไท มือชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันข้างมามองเธอ
“...ตอนนี้เลยเหรอ?”
“ใช่!”
“ได้ งั้นฉันจะพยายาม”
ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ทุกคืนเขาก็พยายามจริง ๆ
ถึงขั้นเรียกได้ว่าพยายามเกินไปด้วยซ้ำ
หลังจากนั้น หนานสวี่คร่ำครวญไม่รู้กี่ครั้ง นึกเสียใจที่ตัวเองเป็นฝ่ายเสนอเป้าหมายนี้ขึ้นมา ราวกับยกหินทุ่มใส่เท้าตัวเอง แถมยังทุ่มจนเอวปวดขาอ่อน ลุกจากเตียงแทบไม่ไหว
แรก ๆ ก็เป็นไปตามปกติ
ต่อมาไม่รู้เริ่มตั้งแต่วันไหน บางทีอาจเป็นคืนหนึ่งที่เธอพูดลอย ๆ ว่าวันนี้พระจันทร์กลมจัง ฉินลี่ชวนก็ฉวยโอกาสอุ้มเธอไปที่หน้าต่างเบย์วินโดว์ บอกว่าอย่างนั้นเปลี่ยนที่ชมกัน
หลังจากนั้น เธอบอกว่าแช่อ่างอาบน้ำสบายดี เขาก็ตามเข้าไป บอกว่าสบายด้วยกัน
เธอบอกว่าเคาน์เตอร์กลางครัวสูงกำลังดี เขาก็อุ้มเธอขึ้นไปวาง บอกว่ากำลังดีจริง ๆ
เธอบอกว่าโต๊ะทำงานในห้องหนังสือกว้างดี เขาก็กดเธอลงบนนั้น บอกว่ากว้างจริง ๆ
กลเม็ดใหม่ ๆ ผุดขึ้นมาไม่ขาดสาย พลิกความเข้าใจของเธอเกี่ยวกับชีวิตคู่ปกติไปจนหมด
เดิมทีเธอคิดว่าการมีลูกน่าจะเป็นเรื่องอ่อนโยนหวานซึ้ง คลอเคลียออดอ้อน ปิดไฟห่มผ้า ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข
